ขึ้นดุจเทพลงมาสู่โลกมนุษย์ ยืนอยู่เบื้องหน้าทุกคนด้วยรัศมีแสงหมื่นจั้ง ทุกคนมองเขาอย่างหมดวาจา เห็นเขาชูหินแสงราตรีอย่างกระหยิ่ม โคลนที่เปื้อนร่างร่วงลงมาไม่หยุด
หินแสงราตรีเป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญเซียนใช้แทนแสงเทียน ถูกร้านค้าหัวใสทำจนมีหลากหลายชนิด หินแสงราตรีของหลิ่วฉี่ปอสลักเป็นรูปผีเสื้อ ส่วนของจินเฟยเหยามีลักษณะเป็นห่วงสมปรารถนา ถึงแม้นางจะเคยเห็นหินแสงราตรีในร้านมามากมาย เช่นหินแสงราตรีที่สลักเป็นรูปสตรีเปลือยกายขนาดเท่าตัวคนจริง ทว่ากลับไม่เคยเห็นว่ามีคนวางตะเกียงหินแสงราตรีไว้นอกเรือน นำมาใช้เป็นคบไฟ
มองผู้บำเพ็ญเซียนสมองมีปัญหาคนนี้ เฉียนเฟิงสูดลมหายใจลึกๆ ตะโกนเสียงเย็นชาใส่ทุกคน “ยังไม่รีบจัดการเปิดเส้นทางอีก มัวตกตะลึงอยู่ทำไม”
เห็นภายในถ้ำมีปากถ้ำสิบกว่าแห่ง บรรดาผู้บำเพ็ญเซียนที่ถูกจ้างมาก็เอ่ยถามอย่างช่วยไม่ได้ “ผู้อาวุโส เส้นทางมากมายขนาดนี้ จะให้พวกเราจัดการเปิดเส้นทางสายใด?”
เฉียนเฟิงชี้ปากถ้ำแห่งหนึ่งที่สามารถให้คนสองคนเดินเคียงคู่กันไปได้ “พวกเราจะไปเส้นทางนี้ พวกเจ้าไปเบิกทาง”
ทุกคนล้วนใช้เงินจ้างคนทำงาน เดิมทีก็มาเพื่อทำงานอยู่แล้ว ย่อมไม่พูดอะไรมากเป็นธรรมดา เดินขึ้นไปเตรียมทำงานอย่างหดหู่ ส่วนจินเฟยเหยาหยิบดาบโค้งวงเดือนออกมา คิดไม่ถึงว่าดาบเล่มนี้จะยังอยู่ในสภาพดีจนถึงตอนนี้ เห็นจำนวนครั้งที่ใช้ได้น้อยจนน่าสงสาร
ทั่วร่างแมงมุมตาผี มีเพียงดวงตาสีฟ้าคู่เดียวที่ส