้บำเพ็ญเซียนโคลนเหลืองนำหินแสงราตรีออกมา ทุกคนก็เก็บหินแสงราตรีของตนเอง มีสิ่งของที่สว่างไสวขนาดนี้ เหตุใดพวกเขาต้องทำเรื่องยุ่งยากด้วย เขาชูหินแสงราตรีอย่างซื่อสัตย์มาตลอดทาง เมื่อครู่เพิ่งเปลี่ยนให้จินเฟยเหยาเบิกทาง เขาก็เก็บหินแสงราตรี
“นางทำร้ายม้าของข้าบาดเจ็บ ยังคิดจะให้ข้าส่องแสงให้นางอีก ไม่มีเรื่องได้เปรียบขนาดนั้น” ผู้บำเพ็ญเซียนโคลนเหลืองมีสีหน้าอึมครึมในรัศมีแสงที่มืดสลัว เอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด
จินเฟยเหยาส่งเสียงขึ้นจมูก “ผู้ใดจะให้ราคาก้อนหินเน่าๆ ของเจ้ากัน คนโง่งมจึงยกหินแสงราตรีที่ใหญ่ขนาดนั้น ทำเป็นตะเกียงมนุษย์”
เฉียนเฟิงจับจ้องคนทั้งสองดุจพยัคฆ์จ้องมองเหยื่อ หากกล้าทะเลาะกันอีก จะฟาดเจ้าจอมหาเรื่องทั้งสองคนให้ตาย จินเฟยเหยายิ้ม ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก หยิบหินแสงราตรีก้อนเล็กของตนเองออกมาสำรวจทาง
เพราะแสงมืดลง ถ้ำที่เงียบอยู่นานจึงค่อยๆ มีเสียงเคลื่อนไหวของแมงมุมตาผีดังซ่าซ่ามาอีก เพียงแต่ทั้งหมดซ่อนตัวอยู่ในที่มืด ทุกคนได้ยินแต่เสียงของมันทว่าไม่เห็นตัว