าทางของเขา ใช้การดมกลิ่นในอากาศ ทว่านอกจากกลิ่นแมงมุมตาผีเหม็นไหม้ นางก็ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ถึงแม้ในถ้ำศิลาจะเหมือนอยู่ในเขาวงกต มีเฉียนเฟิงนำทางไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทาง ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนส่วนมากล้วนขมวดคิ้ว
รสชาติของการมอบชีวิตไว้ในมือของผู้อื่นเช่นนี้ไม่ค่อยดีนัก ถึงแม้จะดูไม่ออกว่าทุกคนมีอะไรแปลกไป ทว่านางรู้สึกได้ว่า ดูเหมือนทุกคนจะแอบทิ้งสัญลักษณ์ไว้เงียบๆ จินเฟยเหยาเองก็คิดจะเล่นลูกไม้นิดหน่อยบันทึกเส้นทางไว้ ทว่ากลับพบว่าตนเองไม่มีความสามารถเช่นนั้น ได้แต่ล้มเลิกไป
อย่างไรเสียแมงมุมตาผีที่ถูกเผาไหม้เกรียมจนเกลื่อนพื้น กลิ่นคงอยู่เนิ่นนานไม่จางหายไป ถือว่ากลิ่นไหม้เหล่านั้นเป็นเครื่องนำทางแล้วกัน ไม่รู้ว่าสวรรค์ต้องการต่อต้านนางใช่หรือไม่ ยิ่งเดินเข้าไปข้างใน แมงมุมตาผีขั้นหนึ่งก็ยิ่งลดลง สุดท้าย คิดไม่ถึงว่าจะไม่มีแมงมุมตาผีโผล่มาสักตัว
เห็นถ้ำเงียบเป็นเป่าสาก ทุกคนก็ได้กลิ่นอันตราย ช่วยไม่ได้ที่ความเคลื่อนไหวจะช้าลง ทว่ายามนี้ถึงรอบจินเฟยเหยานำหน้าเปิดเส้นทาง มือของนางกุมดาบโค้งวงเดือนราคาถูก ฝืนเดินไปข้างหน้า ผู้ใดจะรู้ว่าภายในถ้ำที่สว่างไสวดุจกลางวันเมื่อครู่พลันมืดสนิท
“คิดจะทำร้ายคนให้ตายหรือ เหตุใดจู่ๆ จึงเก็บหินแสงราตรี” จินเฟยเหยารีบล้วงหินแสงราตรีของตนเองออกมา เอ่ยด่าทอด้านหลังด้วยโทสะ ส่วนคนที่เหลือนำหินแสงราตรีออกมา มองผู้บำเพ็ญเซียนโคลนเหลืองอย่างไม่เข้าใจ
หลังจากผู