้อร์เกินจุปาก เอ่ยชมอย่างอิจฉายิ่ง
พอทุกคนได้ฟังก็แทบจะกระอักโลหิตออกมา
คิดไม่ถึงว่าเขาจะนำเรือบินได้ของสาวงามมาบรรยายเช่นนี้ ติงจี้เคาะพัดลงบนมืออย่างแรงด้วยความโกรธ เอ่ยด่าทอหลี่เอ้อร์เกิน “เจ้าคนบ้านนอก หากยังเหยียดหยามสาวงามของข้าอีก ต่อให้ทุกคนอยู่เรือนเดียวกัน ข้าก็ต้องสั่งสอนเจ้าอย่างรุนแรงสักครั้ง”
หลี่เอ้อเกินถูกด่าทออย่างไร้สาเหตุ ก็ตะโกนด้วยใบหน้าแดงก่ำ “เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาด่าข้า ข้าเหยียดหยามสาวงามเมื่อไหร่ อีกอย่างหนึ่งตอนนี้มีสาวงามที่ไหน เหตุใดข้าจึงไม่เห็น เจ้าพาสตรีกลับเรือน ข้าไม่เคยด่าทอมาก่อน”
“คนเหล่านั้นจะถือเป็นคนงามอะไรได้ ตอนนี้สตรีชุดขาวบนเรือจึงเป็นสตรีที่งดงามเป็นเอก คนที่ใช้ร่างกายแลกศิลาวิญญาณเหล่านั้นจะนำมาเปรียบเทียบกับเทพธิดาแห่งหอสาวงามได้อย่างไร” ติงจี้รักษาสีหน้าไว้ไม่อยู่ ผู้ที่พาสตรีกลับเรือนมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
“ฮึ” เสวี่ยเหนียงจื่อส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา เอ่ยเย้ยหยัน “หอสาวงามก็ใช้ร่างกายแลกศิลาวิญญาณมิใช่หรือ แค่ราคาสูงหน่อยเท่านั้น มีอันใดแตกต่างกับสตรีที่เจ้าพากลับมา อยู่ไกลขนาดนั้นแถมยังมีผ้าคลุมหน้าบนใบหน้า เจ้าก็มองออกว่าผู้อื่นเป็นคนงาม อย่าพูดให้ขำดีกว่า”
“เจ้า! ห้ามเจ้าว่าคนในหอสาวงามแบบนี้ เจ้านึกว่าทุกคนล้วนเป็นเหมือนเจ้าหรือ สตรีพิษ” ติงจี้ไม่ยอมน้อยหน้า เอ่ยเสียดสีขึ้น
“พอแล้ว ทุกคนหุบปาก ผู้อื่นมารับภารกิจแล้ว หากอยากได้