นครืน แม้แต่ฟั่นไฉ่ผิงก็ปิดปากแอบหัวเราะ
“เจ้า…เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง เหตุใดจึงพกผ้าขี้ริ้วสกปรกเช่นนี้ติดตัว” ติงจี้ที่ปกติถือว่าตนเองหล่อเหลาสง่างาม ไม่ว่าเมื่อใดก็มีท่วงท่าที่ดี ไม่เคยพบกับเรื่องสกปรกเช่นนี้มาก่อน เขารู้สึกอยากจะอาเจียน เค้นคำพูดออกมาประโยคหนึ่ง ก็พุ่งกลับไปยังเรือนเล็กของตนเอง
ส่วนจินเฟยเหยาตะโกนอธิบายเสียงดังอย่างรู้สึกผิด “สหายเซียนติง นี่ไม่ใช่ผ้าขี้ริ้วสกปรกนะ เป็นเพียงแค่ผ้าที่ใช้สำหรับเช็ดมีดตอนข้าเข้าป่าย่างเนื้อกิน น้ำมันด้านบนก็สะอาด สีดำนั่นคือขี้เถ้าฟืนที่ถูกเผา”
เพียงแต่น่าเสียดายที่ติงจี้พุ่งเข้าไปในเรือนแล้ว ไม่ได้ยินคำอธิบายที่ตามมาของจินเฟยเหยา
“เขาก็เป็นแบบนี้แหละ หากทุ่มเทพลังให้กับการฝึกบำเพ็ญ จะเพิ่งอยู่ขั้นฝึกปราณช่วงกลางได้อย่างไร น้องสาว อย่าไปสนใจเขา ต่อไปอยู่ห่างจากเขาหน่อย เขาเห็นสตรีก็เดินไม่ไหวแล้ว” แขนขาวเนียนข้างหนึ่งวางลงบนไหล่จินเฟยเหยา กลิ่นหอมอันเข้มข้นลอยมาอีก นางกลับไม่ได้จามทันที หากได้กลิ่นเหม็นก็จาม ผีสางจึงเชื่อคำพูดของนาง
พอหันหน้าไปมอง คนที่วางมือบนไหล่นางคือสตรีอายุสามสิบกว่าเผยให้เห็น***ครึ่งหนึ่ง ผิวขาวเนียนละเอียด ผมดำสนิททั้งหนาทั้งเงางาม แต่งกายสวยหยาดเยิ้ม เครื่องประดับงดงาม เรือนร่างอวบอิ่มแสดงให้เห็นความเผ็ดร้อนของสตรีขั้นฝึกปราณช่วงปลายผู้นี้
“สหายเซียนผู้นี้คือเสวี่ยเหนียงจื่อ ข้าเคยได้ยินเวิงเหล่าเอ่ยถึงเจ้าแล