้ว บอกว่าเจ้าเป็นคนร่าเริงเปิดเผยทั้งยังตรงไปตรงมา” จินเฟยเหยาทายได้ คนผู้นี้น่าจะเป็นเสวี่ยเหนียงจื่อในคู่สามีภรรยา
“อายุยังน้อย ปากหวานจริงๆ” เสวี่ยเหนียงจื่อหัวเราะเสียงดัง
“เหนียงจื่อ มีเรื่องอะไรจึงหัวเราะอย่างเบิกบานขนาดนี้” บุรุษเรือนร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากในเรือนหนึ่ง ใบหน้าดุร้ายเสียงดังเป็นพิเศษ สะเทือนแก้วหูจนเจ็บปวด
“ท่านพี่ นี่คือสหายร่วมทีมคนใหม่ของพวกเรา เพิ่งมาก็พ่นน้ำลายใส่หน้าติงจี้แล้ว” เสวี่ยเหนียงจื่อหัวเราะจนร่างสั่นสะเทือน หน้าอกอวบอิ่มก็กระเพื่อมตามไปด้วย
บุรุษร่างใหญ่ไมได้หัวเราะ ทว่าเอะอะเสียงดัง “ถุย เรื่องของเจ้าหน้าขาวนั่นมีอะไรน่าขำ บอกให้เจ้าอยู่ห่างๆ เขาตั้งนานแล้ว เจ้าคนที่พาสตรีกลับมาตลอดแบบนั้น อยู่กลุ่มเดียวกับเขาน่าขายหน้าแทบตายแล้ว”
จินเฟยเหยามองเขาแล้วยิ้มล้อเลียน เวิงเหล่าเคยเอ่ยถึงคนผู้นี้มาก่อน เฟยเทียนหลง สามีของเสวี่ยเหนียงจื่อ บุรุษที่อารมณ์ร้อนที่สุดในเรือนสี่สิบสี่ เพราะว่าพลังการบำเพ็ญเพียรต่ำกว่าภรรยาหนึ่งขั้น จึงไม่ค่อยมีหน้ามีตา ดังนั้นยิ่งมีนิสัยเลือดร้อน กังวลว่าบุรุษอื่นจะมาล่อลวงภรรยาของเขาไปทั้งวัน
“ไปทางนั้นเลย เอะอะโวยวายทั้งวัน อย่าทำให้มารดาไม่พอใจ” เสวี่ยเหนียงจื่อค้อนควักเขา ด่าทออย่างดุร้าย เฟยเทียนหลงถูกภรรยาหักหน้า ทั้งยังไม่กล้าทะเลาะกับนาง ได้แต่ส่งเสียงฮึอย่างหนัก แล้วหันหน้ากลับไป
“เสวี่ยเหนียงจื่อ ข้ายังมีเรื่องจ