ีอยู่ในห้องบำเพ็ญด้านข้างรักษาบาดแผลให้ราชาสุนัขป่ายักษ์ จินเฟยเหยาก็นั่งอยู่ในเรือนรอให้เขาออกมา
“สหายเซียนจินดูเหมือนว่าร่างกายของเจ้าฟื้นตัวดี สามารถเดินไปทั่วได้แล้ว” หวาซีเดินมาจากห้องฝึกบำเพ็ญ ก็เห็นจินเฟยเหยานั่งอยู่บนเก้าอี้ศิลาในเรือน นอนพิงอยู่ข้างรั้วมองมาไกลๆ
จินเฟยเหยายิ้ม “ดังนั้นวันนี้ข้าจึงคิดจะกล่าวอำลาสหายเซียนหวา ข้าออกมาหลายวันแล้ว มิอาจอยู่ที่นี่ตลอดไปได้ คิดจะกลับไปวันนี้”
หวาซีลำบากใจอยู่บ้าง มีสีหน้ารู้สึกผิด “เรื่องนี้ต้องโทษข้า หากมิใช่เพราะข้านัดสหายเซียนจินมา ก็คงไม่ต้องทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บหนักและยังเกือบตายแบบนี้”
เห็นรอบด้านไม่มีใคร และในเรือนยังมีคาถาป้องกัน ทว่าจินเฟยเหยายังหลีกเลี่ยงเรื่องในวันนั้นอย่างระมัดระวัง “สหายเซียนหวาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ การได้พบกับเจ้าไม่ใช่เรื่องดีอะไรสำหรับข้า พวกเราอาจจะเป็นดาวข่มกันตามดวงชะตา เพียงสิงโตวารีหยกและแมวบินได้ที่สหายเซียนหวารับปากข้าไว้ตอนนั้น มอบให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจะได้นำลงเขาไปด้วย”
จินเฟยเหยาหยุดไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นอีก “สหายเซียนหวาเองก็รู้ว่าข้าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนอิสระ ไม่มีเงินทองมากนัก ข้าต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อสิงโตวารีหยกและแมวบินได้ คาดว่าสหายเซียนหวาคงคาดคิดได้และจัดเตรียมไว้แล้วสินะ”
ในที่สุดหวาซีก็เข้าใจ ว่าเพราะเหตุใดตอนนั้นจินเฟยเหยาจึงช่วยเขา ก็เพื่อสิ่งของที่มีราคารวมกันไม่ถึงสี่พันศิลาวิ