ต่ขี่ภายในสำนัก หากคิดจะออกจากสำนัก ก็ต้องขี่สัตว์ภูติที่ตนเองเลี้ยง ห้ามเอากระเรียนเซียนเหล่านี้ออกไปเด็ดขาด ได้แต่ใช้แทนการเดินเท้าในสำนัก แค่นี้ก็ทำให้จินเฟยเหยาอิจฉาอย่างยิ่ง ตอนนั้นอยู่สำนักเหิงเจินก็ไม่มีสัตว์ภูติใช้แทนการเดินเท้า ศิษย์ขั้นฝึกปราณขี่กระบี่ไม่ได้ จะทำอะไรก็ต้องเดินเอา มีเพียงบรรดาศิษย์ผู้สืบทอด แต่ละปีสำนักจะมอบยันต์เดินทางให้สิบใบเพื่อฐานะและหน้าตา ช่างตระหนี่จนเจ็บปวดใจจริงๆ
การไปของหวาซีครั้งนี้ไปถึงครึ่งวัน จินเฟยเหยารอจนหมดความอดทน จึงเห็นหวาซีพาศิษย์พี่เซียวมาอย่างเอ้อระเหย “หรือว่าตั้งใจมาส่งข้าโดยเฉพาะ? คงไม่ใจดีขนาดนั้นหรอกนะ” จินเฟยเหยาใช้มือจับรั้วพยุงตัวยืนขึ้น มองพวกเขาสองคนอย่างสงสัย
“สหายเซียนจิน” เซียวซ่าลงจากกระเรียนเซียน ก็ประสานมือคารวะจินเฟยเหยา ทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง
จินเฟยเหยาเองก็ยิ้มรับ ทั้งยังเอ่ยล้อเลียนว่า “หรือว่าสหายเซียนเซียวก็มาส่งข้าด้วย?”
“เอ่อ…” หวาซีเอ่ยกับจินเฟยเหยาอย่างลังเลอยู่บ้าง “สหายเซียนจิน ศิษย์พี่เซียวมาเพราะมีเรื่องอยากจะหารือกับเจ้า”
“เรื่องอะไร?” จินเฟยเหยามองคนทั้งสองอย่างสงสัย
เซียวซ่าพูดอย่างเขินๆ “คืออย่างนี้สหายเซียนจิน ข้าซื้อสิงโตวารีหยกที่ศิษย์น้องหวาซีจะมอบให้เจ้าตัวหนึ่ง ครั้งนี้ได้ลูกสิงโตมาทั้งหมดสามตัว ถึงแม้ว่าข้าจะได้ตัวหนึ่ง เพียงแต่ตัวนั้นข้าอยากมอบให้ศิษย์น้องคนหนึ่ง”
“สำนักชิงโซ่วของพวกเจ้ามีธร