ว่าจะเป็นสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ เป็นผู้ใดกันจึงกล้าเลี้ยงสัตว์ปิศาจที่ฝืนลิขิตฟ้าชนิดนี้”
“สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ…ศิษย์พี่ เจ้านั่นกินคนไม่ใช่หรือ ตอนนี้จะทำอย่างไรดี” พอได้ยินว่าเป็นสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ ศิษย์น้องอู๋ก็หวาดกลัวจนเริ่มพูดติดอ่าง
“เจ้าเฝ้ารอบด้านให้ดี ข้าจะไปตรวจสอบ ดูว่ามันยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถ้าเป็นสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณหยิน มันกินแต่สตรี พวกเราจับกลับไปเป็นๆ ได้” ศิษย์พี่เซียวนำตาข่ายสีขาวอ่อนนุ่มออกมาปากหนึ่ง เตรียมจับเป็นสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ สตรีบนร่างสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณถูกขนยาวและเศษหินบดบังไว้ เขาแยกแยะไม่ได้ว่าเป็นวิญญาณหยินหรือวิญญาณหยาง
“ศิษย์พี่ ถ้าเป็นวิญญาณหยางจะทำอย่างไร?” ดูเหมือนศิษย์น้องอู๋จะหวาดกลัวอย่างยิ่ง ฉุดดึงชายเสื้อของศิษย์พี่เซียวเอาไว้
“ถึงตอนนั้นเจ้าก็หนีไปก่อน” ศิษย์พี่เซียวเอ่ยตอบอย่างอารมณ์เสีย
ทิ้งให้ศิษย์น้องอู๋เฝ้ารอบด้าน ศิษย์พี่เซียวค่อยๆ เข้าไปหาสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณอย่างช้าๆ ขณะจะโยนตาข่ายขังสัตว์ออกไป ก็ได้ยินเสียงเศษหินร่วงดังมา มีคนออกมาจากใต้เศษหิน
“ดียิ่งนัก ศิษย์พี่เซียวท่านมาแล้ว” คนที่ลุกขึ้นนั่งคือหวาซี เขาเห็นศิษย์ในสำนักเร่งรุดมา ก็ตะโกนเสียงดังใส่ศิษย์พี่เซียวด้วยความยินดี มือแอบร่ายเวทในเศษหิน
“เบาเสียงหน่อย…” ศิษย์พี่เซียวตะคอกเสียงเบาอย่างร้อนใจ ยังไม่ทันขาดคำ ก็เห็นสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณเบื้องหน้ายืนขึ้นอย่างกะทั