สงบจนเกินไป นอกจากเสียงใบไผ่ดังซ่าซ่าที่ปากหุบเขาก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นๆ เลย เดิมทีนางนึกว่าที่นี่อยู่ห่างไกล ดังนั้นจึงไม่ได้ยินเสียงสิงโตวารีหยกคำรามอย่างเดือดดาล
ทว่าตั้งแต่นกกระจอกพูดมากสองตัวบินผ่านเหนือหุบเขาไปตั้งแต่เช้ายันค่ำ จินเฟยเหยากลับไม่ได้ยินเสียงใดๆ อีกเลย เช่นนี้จะไม่ให้นางสงสัยว่าหุบเขาถูกลงคาถาป้องกันก็เป็นไปไม่ได้
ถ้าไม่มีคาถาป้องกันนางคงหนีออกไปนานแล้ว ไม่ต้องเฝ้าอี่ซานจนไม่กล้าไปไหนหรอก มีแต่สวรรค์ที่รู้ว่านอกจากคาถาป้องกันเก็บเสียงแล้วจะมีความสามารถอื่นอีกหรือไม่ แม้แต่วงเวทหกก้าวห้าสะบั้นของนางยังมีกระบวนท่าสังหารอยู่ในนั้น นางไม่กล้าทดลองเปะปะ
“ศิษย์พี่หวา ท่านมัวพูดเหลวไหลอะไรกับนาง รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า” อี่ซานเห็นหวาซีเพียงแค่เอ่ยเสียดสีนางแล้วไม่สนใจนางอีก นางจึงได้แต่นอนตะโกนเสียงดังอยู่บนพื้น
“ศิษย์น้องอี่ซาน เจ้าเปลี่ยนนิสัยของเจ้าไม่ได้หรือ หนวกหูแทบตายแล้ว” หวาซีมองนางอย่างกลัดกลุ้ม ตบกระเป๋าสัตว์ภูติเบาๆ ก็เรียกสัตว์ภูติร่างเสือขนยาวตัวหนึ่งออกมา สัตว์ภูติตัวนี้พอลงพื้นก็ขยายขนาด พริบตาเดียวก็สูงสามจั้งกว่า ขนบนร่างยาวสองจั้งกว่าเต็มๆ สีขนเป็นประกายสีดำเรียบลื่น ดวงตาโตดุจชามอ่าง ปากและจมูกเหมือนเสือ เขี้ยวสองข้างยาวครึ่งจั้งงอกจากกรามบนยื่นออกมานอกปาก เงยหน้าคำรามเสียงดัง
เจ้าสิ่งนี้ตัวใหญ่เกินไป จินเฟยเหยามองมันอย่างตกตะลึงตาค้าง รีบใช้เกล็ดหิมะนรก