โยชน์ที่มากยิ่งขึ้น ดังนั้นทุกคนจึงตัดสินใจแบ่งปันดินแดนลึกลับแห่งนี้ด้วยกัน
ว่าไปแล้วตำหนักลั่วเซียนก็ไม่ถือว่าเสียเปรียบ ทุกสิบปีศิลาวิญญาณที่ได้รับจากแต่ละสำนักเป็นเงินก้อนมหึมา ดังนั้นสำนักเฉวียนเซียนซึ่งเป็นหนึ่งในห้าสำนักของตำหนักลั่วเซียน จึงสามารถมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ขนาดนี้ในเมืองลั่วเซียนเพียงเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณในสำนักได้
คำนวณดูแล้วพวกเขาแค่เสนอที่อยู่และอาหารวันละสามมื้อ ไม่ต้องเลียนแบบสำนักอื่น ที่ให้ยาและศิลาวิญญาณแก่ศิษย์ อีกทั้งผู้บำเพ็ญเซียนอิสระยังรับภารกิจได้ศิลาวิญญาณไว้ใช้เอง ภารกิจที่มอบให้สำนักเฉวียนเซียนโดยตรงถูกพวกเขาบวกเพิ่มไปหนึ่งส่วนตั้งแต่แรก นี่เป็นการค้าที่มีได้แต่ได้ล้วนๆ
ส่วนข้อเสนอให้แข่งขันชิงยาสร้างฐานของสำนักเฉวียนเซียน หวังว่าแต่ละปีจะสามารถมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานสิบคนปรากฏขึ้นจากในนั้น แล้วดึงตัวเข้าสำนักในของสำนักเฉวียนเซียน ส่วนผู้บำเพ็ญเซียนอิสระเหล่านี้มีความเป็นอยู่ไม่ดี มีไม้ตายมากมาย มีเวทมนตร์สับสนทำให้คนระวังป้องกันได้ไม่ทั่วถึง หลังจากขั้นสร้างฐานแล้วยังร้ายกาจกว่าผู้บำเพ็ญเซียนที่สำนักเลี้ยงดูมาจนโตหลายเท่า
ครุ่นคิดวุ่นวายอยู่ครึ่งวัน จินเฟยเหยาตัดสินใจซื้อหญ้าวิญญาณมาปลูก แปลงสมุนไพรว่างเปล่า ถ้าไม่ปลูกก็น่าเสียดาย ต่อให้วันหน้าตนเองไม่อยู่ ก็สามารถขายให้ผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ ได้
ร้านค้าในเมือง