รำคาญในการมีชีวิตแล้วหรือ ไม่ดูพลังการบำเพ็ญเพียรของพวกเราเสียบ้าง อาศัยพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นฝึกปราณที่เพิ่งเข้าสู่สำนักของเจ้าก็กล้ามาช่วยคน”
จินเฟยเหยามองเขาอย่างเหยียดหยาม “ขอโทษด้วยจริงๆ ไม่เคยเรียนเวทมองทะลุ มองไม่ออกว่าท่านลุงมีการบำเพ็ญเพียรขั้นใด อีกอย่างหนึ่งพวกท่านตายไปคนหนึ่งแล้ว ยังคุยโวอีก จะเสแสร้งเป็นเก่งกาจไปทำไม”
จากนั้นนางก็ออกแรงในมือ ใช้พลังวิญญาณบังคับให้ไฟนรกวิ่งตามเชือกสีดำไปยังบุรุษผู้นั้น
เห็นเปลวไฟสีฟ้าที่ประหลาดเหมือนภูตผีเผาไหม้มาตามเชือก บุรุษผู้นั้นก็ไม่กล้าสัมผัส ได้แต่โยนเชือกสีดำในมือทิ้ง
ผู้ใดไม่เป็นเวทมนตร์พื้นฐานบ้าง พอบุรุษปราศจากเชือกสีดำก็ใช้พลังวิญญาณโยนเวทอัคคีเข้าใส่จินเฟยเหยาอย่างบ้าคลั่ง กระบวนท่านี้เขาฝึกมาอย่างไม่ใช่คุ้นเคยธรรมดา ผนึกบอลไฟขนาดเท่าผักกาดขาวแต่ละอันออกมาจากในมืออย่างรวดเร็ว
เวทอัคคีเป็นเพียงเวทพื้นฐาน ตอนใช้พลังวิญญาณเปลี่ยนเป็นบอลไฟ ระหว่างนั้นจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่หยุดพักประมาณสิบอึดใจ ถ้าฝึกฝนจนชำนาญแล้วจะมีช่วงเวลาพักสั้นลง ทว่านี่เป็นเพียงเวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน เกือบทุกคนต่างก็ใช้เป็น ผู้ใดจะยอมเสียเวลามากมายไปทำเรื่องเช่นนั้น คิดไม่ถึงว่าบุรุษผู้นี้จะฝึกเวทอัคคีจนมีช่วงเวลาหยุดพักแค่สามถึงสี่อึดใจเท่านั้น บอลไฟดวงแล้วดวงเล่าโจมตีใส่จินเฟยเหยา
จินเฟยเหยาเองก็ถือว่ามาจากตระกูลผู้บำเพ็ญเซียน รู้เรื่องสิ่งเหล่านี้ดี นางอดเ