แน่วนิ่ง
“ศพลุกแล้ว!” บ่าวรับใช้หนังศีรษะชาทันที หัวใจเต้นอย่างบ้าคลั่ง ลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปพลางตะโกนไปพลาง น้ำเสียงแหลมเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เหล่าบัณฑิตไม่ทราบเรื่องราวก็ถูกเขาขู่ขวัญ โดยเฉพาะนายน้อยของเขา ตบอกเอ่ยด่าทอ “ตะโกนทำไม ทำให้ข้าตกใจแทบตาย ศพอะไรจะลุกขึ้นมากลางวันแสกๆ”
ยังพูดไม่จบ ก็เห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากในกระท่อมเตะบ่าวรับใช้ที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอยู่เบื้องหน้าไปไกลหลายจั้ง ส่วนเงาร่างนั้นก็คือศพที่นอนอยู่ในกระท่อมเมื่อครู่
นายน้อยเบิกตาโตคิดจะร้องอุทาน เบื้องหน้าก็มีหมัดปรากฏขึ้นต่อยเขาลอยขึ้นฟ้าหมุนไปสามตลบครึ่ง ร่วงลงกลางพงต้นอ้ออย่างหนักหน่วง
ได้ยินเพียงเสียงร้องคร่ำครวญเสียงดังเหมือนผีสาง เหล่าบัณฑิตแตกฮือไปรอบด้านดุจแมลงวันไร้หัว พัดจีบ หยกประดับ และรองเท้าหลุดร่วงลงพื้น หลังจากมีเสียงถูกโจมตี ก็มีคนนอนระเกะระกะบนพื้นสิบกว่าคน เหล่าบัณฑิตบวกกับบ่าวรับใช้ ใบหน้าของแต่ละคนล้วนบวมเหมือนหัวสุกร ฟันกระเด็น คนมากกว่าครึ่งสลบไป มีไม่กี่คนที่ยังมีสติแจ่มใส นอนกุมตำแหน่งที่ถูกต่อยอยู่บนพื้น ส่งเสียงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดไม่หยุด
จินเฟยเหยานั่งยองๆ บนพื้น ถือกล่องอาหารที่แย่งชิงมา ยัดอาหารใส่ปากอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่สนใจความเป็นความตายของคนโดยรอบเลยสักนิด
กล่องอาหารที่เหล่าบัณฑิตนำมาห้ากล่องล้วนถูกนางกวาดจนเกลี้ยง แม้แต่ใบชานางก็กิน มีเพียงสุราไม่กี่ขวดที่ถูกนางดมๆ