แล้วโยนทิ้งไปหมด
หลังจากกินอิ่มแล้ว ก็กรอกน้ำที่อยู่ข้างทะเลสาบจนเต็มท้อง ชำระล้างอาหารที่ติดในคอลงท้อง นางจึงได้ลูบพุงเอ่ยด่าทอพลางสะอึกว่า “ข้าเกือบจะหิวตายแล้ว ฝึกวิชามั่วซั่วทำร้ายคนแทบตาย” จินเฟยเหยาคิดว่าชาติก่อนตนเองและไฟนรกต้องผูกความแค้นต่อกันเป็นแน่
หลอมกลั่นครั้งแรกก็เกือบจะถูกเผาจนพิการ หลอมกลั่นครั้งที่สอง เดิมทีทุกอย่างราบรื่น นึกว่าเป็นเรื่องแค่ไม่กี่ชั่วยาม คิดไม่ถึงว่าจะสิ้นเปลืองเวลาไปสิบกว่าวัน เดิมทีคิดจะหยุด คิดไม่ถึงว่าจะหยุดไม่ได้ ขอเพียงคิดจะหยุดหลอมกลั่น ไฟนรกที่หลอมกลั่นแล้วก็มีภาวะจะทำลายตนเอง
ถ้าหากไฟนรกภายในร่างกายทำลายตนเอง นางก็จะถูกเผาตายทั้งเป็น ทำให้นางหวาดกลัวจนไม่กล้าหยุด โชคยังดีที่บนร่างยังมีศิลาวิญญาณชั้นล่างสามก้อน นางจึงนำเอาศิลาวิญญาณทั้งหมดออกมาเสริมพลังวิญญาณ ทุกครั้งที่หลอมกลั่นไฟนรกเส้นหนึ่งเสร็จยังมีเวลาพักหยุดชั่วคราว สามารถควบคุมไฟนรกได้หนึ่งชั่วยาม นางก็รีบนำมาโคจรเคล็ดวิชาฟื้นฟูพลังวิญญาณของตนเอง
ส่วนกินข้าวดื่มน้ำนั้นไม่มีทาง โชคดีที่ก่อนหน้านี้ฝึกบำเพ็ญร่างกาย ภายในร่างกายแข็งแกร่งกว่าผู้บำเพ็ญเซียนมากนัก นางฝืนอาศัยเศษอาหารภายในกระท่อมและกายเนื้อที่ใช้พลังจนหมดยืนหยัด หากฉากนี้ดำเนินต่อไปน้ำหนักนางจะลดลงอย่างน้อยที่สุดหนึ่งในสามส่วน จนดูแล้วอ่อนแอไม่อาจต้านทานแรงลม
นางเดินกลับมาจากทะเลสาบ เห็นคนนอนระเกะระกะบนพื้น จินเฟยเหยาตะลึง