ี้แล้ว ก็นับเป็นครอบครัวเดียวกันหรือ? ข้าว่าเจ้ามาก่อเรื่องที่นี่ชัดๆ อย่ามาเถียงข้างๆ คูๆ” ยามนี้จินเฟยเหยาหนีไปอยู่ข้างกายของศิษย์พี่หลินนานแล้ว กดทรวงอกที่เจ็บปวดแล้วเอ่ยว่า “ศิษย์พี่ ท่านอย่าฟังเขาพูดจาเหลวไหล ข้าไม่รู้จักเขาเลยสักนิด พอพบหน้ากันเขาก็ลงมือกับข้าอย่างไม่รู้สาเหตุ อีกทั้งใครเคยเห็นการมารับคนแบบนี้บ้าง คิดจะฆ่าข้าให้ตายชัดๆ”
เห็นจินเฟยเหยาปฏิเสธว่าไม่รู้จักตนเอง ส่วนสตรีผู้นั้นเห็นได้ชัดว่ารู้จักกับนาง ในใจของลุงตงก็วุ่นวายขึ้นมาทันที ถ้าหากสตรีผู้นี้ลงมือฆ่าตนเอง ให้ตายที่นี่ เกรงว่าทางตระกูลคงไม่กล้ามาถามไถ่ถึงสำนัก
ยามนี้ลุงตงมีร้อยปากก็เถียงไม่ได้ ทั้งยังเห็นแววเย็นเยียบในดวงตาของสตรีแซ่หลินกระพริบวาบ ไอสังหารปรากฏ ได้แต่บ่นพึมพำกับตนเอง
ในขณะนี้เอง ได้ยินเสียงตะโกนของบุรุษดังมาจากด้านบน “บังอาจ! สถานที่สำคัญเช่นประตูสำนักเป็นสถานที่ที่คนเช่นเจ้ามาก่อเรื่องได้หรือ” ศิษย์พี่เฝ้ายามสองคนเดินมาทีหลัง หอกยาวทองม่วงในมือชี้มาที่พวกนาง
เห็นสองคนนี้ ในใจของลุงตงค่อยผ่อนคลาย หากไม่ได้ติดสินบนคนเฝ้ายามล่วงหน้า ต่อให้หยิบยืมความกล้าอย่างเต็มที่ เขาก็ไม่กล้าลงมือจับกุมคนที่หน้าประตูใหญ่ของผู้อื่น เดิมทีเจตนาของนายผู้เฒ่าคือให้นำศิลาวิญญาณไปที่ตึกผู้ดูแลโดยตรง ไล่จินเฟยเหยาออกจากสำนักเหิงเจิน จากนั้นค่อยจับตัวกลับไป
เพียงแต่ลุงตงเกิดความเห็นแก่ตัวคิดจะเม้มศิลาวิญญาณเหล่าน