รื่องนี้จะขาดเจ้ามายืนยันต่อหน้าไม่ได้”
“ขอบคุณศิษย์พี่ที่เป็นห่วง ข้าจะรีบตามไป” หลังจากจินเฟยเหยาเอ่ยขอบคุณ ก็มองศิษย์พี่เฝ้ายามพาตัวลุงตงไปตึกผู้ดูแลด้วยสีหน้าอึมครึม ส่วนตงจื่อที่ยังหมดสติอยู่ก็ถูกขยับไปอยู่ด้านข้าง
มองสีหน้าไม่น่าดูของนาง ศิษย์พี่หลินก็หยิบขวดหยกใบหนึ่งออกมาจากในอก เทยารักษาอาการบาดเจ็บเม็ดสีเขียวลงในฝ่ามือ ยื่นส่งให้ถึงเบื้องหน้าจินเฟยเหยา “ข้าให้ รักษาอาการบาดเจ็บภายในก่อนเถอะ”
“ขอบคุณศิษย์พี่” จินเฟยเหยารับยามา โยนใส่ปากอย่างไม่ลังเลสักนิด
“ไม่ต้องเกรงใจ ถือว่าข้าชดใช้ศิลาวิญญาณที่ติดค้างเจ้า”
ปฏิกิริยาของจินเฟยเหยาคืออยากจะอาเจียนยารักษาอาการบาดเจ็บที่กินลงไปออกมา เพียงแต่น่าเสียดายที่ยาลงท้องไปนานแล้ว ต่อให้อาเจียนออกมาก็เป็นไปไม่ได้ที่จะคืนให้ศิษย์พี่หลิน
นางได้แต่เอ่ยด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ศิษย์พี่ ท่านช่างไม่เกรงใจจริงๆ ที่ท่านติดค้างคือศิลาวิญญาณชั้นล่างห้าก้อน ยารักษาอาการบาดเจ็บหนึ่งเม็ดไม่ได้มีค่ามากขนาดนั้น”
“ข้ารู้ บนตัวเจ้าไม่มียารักษาบาดแผล ถึงแม้ยารักษาอาการบาดเจ็บนี้จะรักษาอาการบาดเจ็บภายในของเจ้าไม่ได้ทันที ทว่าสภาพในตอนนี้ สามารถทำให้เจ้าเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น ด้านในยังมีอีกสามเม็ด ให้เจ้าเอาไปทั้งหมด ศิลาวิญญาณที่ติดค้างก็หายกัน” ยามนี้ศิษย์พี่หลินไร้เหตุผลอยู่บ้าง บังคับยัดขวดหยกในมือใส่อกของจินเฟยเหยา
จินเฟยเหยาทำอะไ