โฟรเซน”
ข้าฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี แต่โฟรเซนคงไม่เห็นหรอกในเมื่อเดินดุ่มๆ นำไปไกลแล้ว ตอนด่ากันล่ะพูดเต็มปาก แต่พอเป็นห่วงล่ะเงียบเชียว นอกจากจะสังเกตเห็นก่อนข้าแล้วยังรักษาให้อีกต่างหาก ใจดีขนาดนี้ทำไมไม่รู้จักรับความหวังดีจากข้าบ้างล่ะ
ปั้ก!
“เจ้าบื้อ”
หมดกันความรู้สึกดีๆ ที่เพิ่งก่อตัว ข้าถลึงตาใส่เจ้าเสือที่จงใจยืนนิ่งให้เดินชนเมื่อถึงห้องของพี่เพล
เพราะมีบทเรียนจากก่อนหน้านี้ เมื่อเคาะประตูแล้วไม่มีคนเปิดข้าจึงถือวิสาสะบิดกลอนเข้าไปทันที โชคดีที่รอบนี้ไม่ได้ล็อก จึงไม่ต้องงัดวิชาลวดผีพิฆาตมาสะเดาะกุญแจ
หากห้องของซัฟเฟอร์รัสแดงฉานอย่างกับฉากฆาตกรรม ห้องของเพลโธรัสก็ตกแต่งด้วยสีน้ำเงินสบายตาชวนสงบใจ
“มาแล้วหรือ กำลังรออยู่เลย” พี่เพลนั่งรออยู่ด้านใน เขากวักมือเรียกข้าให้เดินเข้าไป คงรอรับซองเอกสารละมั้ง
“ไม่ใช่ มือขวาต่างหากล่ะ” พี่เพลปฏิเสธพลางชี้นิ้วไปที่มือขวาของข้า เมินเอกสารสำคัญซะอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นหลังมือที่เหลือแต่รอยแดงขีดจาง เขาก็เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ
“อ้าว รักษาแล้วหรือ ข้าว่าจะรักษาให้อยู่พอดี เพราะซัฟเฟอร์คุงฝากบอกว่าช่วยดูแผลที่มือเซอเซสคุงหน่อยน่ะ”
“ซัฟเฟอร์คุง?”
“อ๋อ ซัฟเฟอรัสไงล่ะ เขาคือคู่หูของข้าเอง” พี่เพลยิ้มงดงามราวเทวทูตน่าเลื่อมใส ข