เดียวไม่ทันไรก็กินขนมหวานอีกแล้ว บอกแล้วไงว่าห้ามเอามากินที่ห้อง” พี่เพลตำหนิทั้งรอยยิ้มแล้วริบขนมในมือทั้งสองของพี่ซัฟเฟอร์ทันที แต่พลาดโดนัทในปากเมื่อครู่ เพราะเมื่อเห็นพี่เพล พี่ซัฟเฟอร์ก็รีบกลืนที่เหลือทั้งหมดจนตามล้วงไม่ได้
“เรียกมาทำไม” พี่ซัฟเฟอร์ถามเสียงเรียบด้วยน้ำเสียงทุ้มเพราะเช่นเคย สายตาลอบขุ่นมัวเล็กน้อย จ้องขนมในมือของพี่เพลจนน่าขัน
“เรียกมาส่งเซอเซสคุงไงล่ะ เอ้า ลุกขึ้นยืนได้แล้ว” พี่เพลกล่าวพลางฉุดแขนขึ้น พี่ซัฟเฟอร์จึงยืนอย่างว่าง่าย แม้สายตาจะยังไม่ละจากขนมก็เถอะ “พิกัดคือ ‘0’ เซอเซสคุงมายืนใกล้ๆ ข้าสิ”
ข้าเดินไปหาพี่เพลที่ข้างกายอีกฝ่ายคือพี่ซัฟเฟอร์กับโฟรเซนที่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไร
ทันทีที่ข้าก้าวถึงตัวพี่เพล ภาพทั้งหมดก็โคลงราวโลกกลับหลังและตีลังกาต่ออีกสามตลบ รอบด้านคล้ายถูกคลุมด้วยสีดำแสนมืดมิดคล้ายห้วงอวกาศนอกโลกอย่างไรอย่างนั้น อากาศบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก อาจเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว ข้าจึงตาลายเป็นก้นหอย สมองมึนตึ้บจนไม่อาจแยกแยะหัวสามสีข้างกายออกว่าใครเป็นใคร
หมุนเข้าไป ตีลังกาเข้าไป ถึงข้าจะเห็นไม่ชัดแต่โสตประสาทยังทำงานได้ดี ไอ้เสียงหัวเราะคิกคักนี่มัน…เจ้าเสือนี่หว่า
ไม่นานนักร่างของข้าก็หล่นตุบลงบนพื้นเย็นเยียบ เข่าทั้งสองทรุด