ละสง่างาม ยามเดิน ย่างก้าวเบาหวิว กำไลที่ข้อมือส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง“พี่ลู่หยาง……”เถาเหยาเยี่ยที่ชมพูดังดอกท้อ และหลานถิงผู้เป็นกุลสตรีต่างก็มาที่ตำหนักชั่วคราว
สาวงามระดับโลกทั้งสี่ล้อมรอบลู่หยาง บางคนขี้อาย บางคนเปิดเผย แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ชัดอธิบายไม่ถูกมองสาวทั้งสี่ที่เข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกผิดปกติก็หนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ลู่หยางในที่สุดก็นึกถึงความทรงจำที่แท้จริงขึ้นมาได้“ข้าไม่ได้กำลังฝ่าภัยพิบัติสวรรค์หรอกหรือ ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่?”“เดี๋ยวก่อน ภัยพิบัติสวรรค์? ตอนนี้เป็นภัยพิบัติมารในใจหรือ?”คิดมาถึงตรงนี้ ลู่หยางตกใจจนนั่งทรุดลงกับพื้น ถอยหลังไปหลายก้าว เหงื่อเย็นไหลไม่หยุด โดยเฉพาะกับหวงโต้วโต้วและอวี้จือเขาพยายามอยู่ให้ห่างเท่าที่จะห่างได้ตอนที่เขาฝ่าภัยพิบัติสายฟ้าอมตะและสายฟ้าพิบัติเฉียนเทียนเขายังไม่เคยกลัวขนาดนี้“ในตำรากล่าวไว้ว่า เมื่อฝ่าภัยพิบัติมารในใจ มารในใจจะเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เจ้ากลัวที่สุด หรือเปลี่ยนเป็นสภาพแวดล้อมที่เจ้าปรารถนาที่สุด ทำให้เจ้าจมดิ่งในนั้น ไม่อาจถอนตัว แม้จะรู้ตัวว่านี่คือภัยพิบัติมารในใจ ก็มีคนมากมายที่ยินดีจมดิ่งและตกต ่าต่อไป”“และหากต้องการฝ่าภัยพิบัติมารในใจ ไม่เพียงแต่ต้องรู้ทันภัยพิบัติมารในใจ แต่ยังต้องเอาชนะศัตรูในภัยพิบัติมารในใจด้วย”
ลู่หยางมองไปทางหวงโต้วโต้วที่อยู่ทางซ้ายมือ แล้วมองไปทางอวี้จือที่อยู่ท