อดเขาคุมขัง คนส่วนใหญ่ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับลู่หยางไม่มากก็น้อย
อาจารย์ผู้เฒ่าโบกมือ “ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้บำเพ็ญระดับสูงมาชี้แนะข้าหรอก ในยอดเขาคุมขังมีผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติไม่น้อยแม้แต่กึ่งเซียนก็มีสามคน พอแล้ว”“บอกมาเถอะ ครั้งนี้จับใครมา”อาจารย์ผู้เฒ่าผ่านพายุลมมามากมาย ในยุคที่ยุ่งเหยิงของศิษย์ทั้งเก้าแห่งสำนักเวิ่นเต๋า เขาก็ผ่านมาได้อย่างปลอดภัย เจ้าลูกกระต่ายเก้าตัวนั้น ใครล่ะที่ไม่ถูกเขาทำให้ว่านอนสอนง่ายในอดีตตอนที่ท่านเต๋าปู้อวี่และคนอื่นๆ ก่อเรื่องในเมืองหลวง ก็วุ่นวายพอสมควร ทั้งลูกขุนนางกรมอักษร หลานรองนายกฯลูกหลานฮ่องเต้อะไรพวกนี้ ก็ล้วนถูกท่านเต๋าปู้อวี่และพวกเขาหลอกทั้งนั้น สุดท้ายก็วุ่นวายถึงขั้นขุนนางกรมอักษรหลายคนร่วมกันเขียนจดหมาย รองนายกฯ ฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาร่วมมือกัน ถึงขั้นรบกวนถึงฮ่องเต้ในตอนนั้นแต่แล้วอย่างไร สุดท้ายก็ไม่ใช่ว่าเขาถัง เซิงอี้ออกหน้ามาจัดการเองหรือ“ก็ถือว่าเป็นกึ่งเซียนละกัน” ลู่หยางลังเลเล็กน้อย กล่าวอย่างอ้อมค้อม กลัวว่าชื่อเสียงของอาจารย์หลวงแห่งต้าอวี๋จะยิ่งใหญ่เกินไป จะทำให้อาจารย์ผู้เฒ่าตกใจ นั่นคงไม่กตัญญูเท่าไหร่“อ้อ กึ่งเซียนหรอก” อาจารย์ผู้เฒ่าไม่ได้สนใจมาก ยอดเขาคุมขังมีกึ่งเซียนอยู่สามคนแล้ว จะมากไปอีกคนหรือ?
อวี้จือเห็นอาจารย์ผู้เฒ่ามีความสามารถในการรับมือทางจิตใจที่ดี ก็วางใจแล้ว จึงฉีกช่องว่างมิติ นำสามเจตจิตของนักโทษออกมานักโทษ