แล้วตระกูลเมิ่งของพวกเราก็ไม่ใช่ตระกูลเมิ่งที่แย่งชิงใต้หล้าอีกต่อไปตอนนี้พวกเราแค่อยากหาเงินอย่างสุจริตเท่านั้น”“อ้อใช่ ศิษย์น้องหม่าน มีอะไรอยู่ในห่อของเจ้า กลิ่นหอมจังเลย”ลู่หยางสูดจมูก ห่อของของหม่านกู่ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ หอมยิ่งกว่าอาหารเซียนบนโต๊ะเสียอีก“ข้าเองก็ไม่รู้ หลังจากบูชาบรรพบุรุษเสร็จ ข้ากลับไปที่สำนักเวิ่นเต๋า ศิษย์พี่ใหญ่ก็มอบห่อนี้ให้ข้า ให้ข้านำไปส่งให้ท่านที่เมืองหลวงบอกว่าท่านดูแล้วจะรู้เอง และกำชับว่าห้ามเปิดห่อนี้เด็ดขาด”“พูดแล้วก็แปลก ตอนออกเดินทางในห่อยังไม่มีกลิ่น แต่พอใกล้ถึงเมืองหลวงกลิ่นหอมก็แผ่ออกมา”“เชิญ”
เมื่อได้ยินว่าเป็นคำสั่งของศิษย์พี่ใหญ่ ลู่หยางจึงรับห่อมา ไม่ได้สนใจอาหารอีกต่อไป บอกลาบิดาเมิ่งและเมิ่งจิ่งโจว รีบกลับห้องอย่างเร่งรีบ“ศิษย์พี่ลู่หยาง มีอะไรหรือ ทำไมรีบร้อนนัก?” ในห้อง กึ่งเซียนยุคโบราณทั้งสามกำลังศึกษาวิธีใช้รูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าแบบระนาบ“กลิ่นหอมนี้คุ้นเคยจัง” เจียงเหลียนอี๋เหลือบมองไปที่ห่อในมือของลู่หยางลู่หยางวางห่อบนเตียง เปิดห่อออก พบกล่องไม้คุ้นตา เปิดกล่องไม้ เห็นลูกท้อสีชมพูอ่อนลูกใหญ่นอนนิ่งอยู่ในกล่องกลิ่นหอมอ่อนๆ ของลูกท้อลอยออกมาจากกล่อง“ข้าว่าแล้วว่าทำไมคุ้นเคยนัก ที่แท้เป็นลูกท้อเซียนที่เกิดจากรากฐานฟ้าดิน!” เจียงเหลียนอี๋ยิ้ม จำแหล่งที่มาของลูกท้อได้ลู่หยางจำได้ว่าก่อนมาเมืองหลวงเขาเคยเห็นลูกท้อนี้ ตอนนั้น