แข่งกับเจ้าเท่านั้น”
“นี่เจ้าพูดเองนะ!” หลี่จั้วไม่เชื่อ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะควักลิ่นซือออกมาได้มากขนาดนั้น การจ่ายลิ่นซือมากขนาดนี้ในคราวเดียวแม้แต่เขาก็ยังรู้สึกกดดันมาก“ไปเชิญคนจากตระกูลเมิ่งมาเก็บค่าเช่า!” หลี่จั้วสั่งองครักษ์ หอเทียนเซียงเป็นทรัพย์สินของตระกูลเมิ่ง และสั่งให้องครักษ์ไปเอาลิ่นซือจากบ้านมาให้ด้วย เขาไม่มีลิ่นซือมากขนาดนั้นอยู่กับตัวไม่นาน ผู้จัดการใหญ่ซวี่โหย่วก็มาถึง ปกติเขาจะมาที่หอเทียนเซียงเพื่อเก็บค่าเช่าหลี่จั้วเจ็บใจควักแหวนเก็บของวงหนึ่งมอบให้ซวี่โหย่ว นี่คือค่าเช่าหกปีที่เขารวบรวมจากที่โน่นที่นี่ ถ้าพ่อและปู่รู้ว่าการกระทำของเขาวันนี้ คงจะโกรธเกรี้ยวมากแต่ไม่เป็นไร ตอนนี้ขอแค่ได้ระบายความแค้นก็พอซวี่โหย่วใช้จิตตรวจสอบแหวนเก็บของ พบว่าเป็นค่าเช่าหกปีจริงๆ“ตอนนี้ถึงตาเจ้าแล้ว!” หลี่จั้วจ้องเมิ่งจิ่งโจวอย่างเอาเรื่อง “ข้าอยากดูนักว่าเจ้าจะหาค่าเช่าหกปีได้อย่างไร!”เมิ่งจิ่งโจวหันไปยื่นมือไปหาซวี่โหย่ว “อาซวี่ ให้ลิ่นซือข้าหน่อย”
ซวี่โหย่วส่งแหวนเก็บของที่เพิ่งได้รับให้เมิ่งจิ่งโจว แม้เมิ่งจิ่งโจวจะปลอมตัว แต่เขามาเมืองหลวงในลักษณะนี้ ซวี่โหย่วเคยเห็นมาก่อน“ดูสิ ค่าเช่าหกปี”“เจ้าเป็นคนตระกูลเมิ่ง?!” หลี่จั้วเพิ่งเข้าใจ ไม่สามารถกดความโกรธไว้ได้อีก รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวตลก ถูกอีกฝ่ายหลอก“ข้าแกล้งเจ้าเพราะเจ้าไล่ลูกค้า มีเหตุผลด้วย!” เมิ่งจิ่งโจวไม่ปลอมตัวอีกต่