“เอ่อ ท่านปู่อยู่ไหนหรือ?” เมิ่งจิ่งโจวรอครึ่งค่อนวันก็ไม่เห็นปู่ ปู่รักเขามากที่สุด ถ้าปู่อยู่ พ่อคงไม่กล้าตีเขาหนักขนาดนี้“ท่านกำลังเข้าภวังค์ ไม่รู้วันออกจากภวังค์ที่แน่นอน”จากนั้นเมิ่งโป่เทียนก็พูดว่า “พอกันที แล้วอย่างไรก็ตาม การที่จิ่งโจวกลับบ้านก็เป็นเรื่องดี ข้าสั่งคนเตรียมอาหารไว้แล้ว พวกเราครอบครัวเดียวกันมาพบปะกันหน่อย”“ครอบครัวเดียวกัน” ในปากของเมิ่งโป่เทียน ย่อมรวมถึงลู่หยางที่เพิ่งเข้ามาชั่วคราวด้วยสมกับที่ตระกูลเมิ่งเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในโลกผู้บำเพ็ญ มีพลังทางการเงินที่น่าตกใจ โต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารอร่อยนี้ใช้วัตถุดิบล ้าค่า แม้แต่ลู่หยางก็ยังมีวัตถุดิบหลายอย่างที่ไม่รู้จัก“มา มา มา กินตามใจ ล้วนเป็นอาหารที่ช่วยในการบำเพ็ญทั้งนั้น” เมิ่งโป่เทียนเชิญให้ลู่หยางไม่ต้องเกรงใจ ให้ถือว่าที่นี่เป็นเหมือนบ้านของตัวเอง“แค่นี้ก็เรียกว่าอร่อยแล้วหรือ? ให้ข้าแสดงฝีมือให้ตระกูลเมิ่งดูสักสองมือ” เซียนอมตะพับแขนฉลองพระองค์ เตรียมแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ แต่ถูกลู่หยางห้ามไว้ทันที
“ฝ่าบาทเป็นนั้นร่างที่มีค่ายิ่ง แต่โบราณมาไม่มีเหตุผลที่ฮ่องเต้จะต้องลงครัว”“มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ช่างยุ่งยากจริง” เซียนอมตะบ่น กำลังพิจารณาว่าควรสละราชบัลลังก์ ให้หยางน้อยเป็นฮ่องเต้ถั่วรุ่นต่อไปเสียเลยแต่คิดอย่างละเอียด รู้สึกว่าหยางน้อยยังเด็กเกินไป ประสบการณ์ไม่เพียงพอ ยังไม่ใช่เวลาที่จะสืบทอดตำแหน่ง