ฮ่องเต้“ถือว่าตระกูลเมิ่งโชคไม่ดี ไม่ได้เห็นฝีมือการทำอาหารของข้า”หลังจากปลอบเซียนอมตะเรียบร้อย ลู่หยางจึงชิมอาหารบนโต๊ะอย่างสบายใจไม่รู้ว่าพ่อครัววิเศษของตระกูลเมิ่งมีวิทยายุทธ์ระดับไหน นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หยางได้กินอาหารวิเศษที่อร่อยขนาดนี้ เพียงคำเนื้อกวางลงท้อง ทั่วร่างก็อบอุ่น สัมผัสอย่างละเอียด พบว่าวิทยายุทธ์กำลังก้าวหน้าอย่างช้าๆความจริงแล้ว ประสิทธิภาพของอาหารวิเศษบนโต๊ะนี้ไม่ได้มีแค่นี้แต่พรสวรรค์ในการบำเพ็ญของลู่หยางสูงเกินไป จนถึงทุกวันนี้ยังไม่เคยเจอขีดจำกัดหากให้ผู้บำเพ็ญที่เจอขีดจำกัดในการบำเพ็ญเป็นเวลานานไม่สามารถฝ่าได้ กินอาหารมื้อนี้ให้หมด ขีดจำกัดก็จะหายไปไร้ร่องรอยสามารถข้ามขั้นสู่ระดับต่อไปได้อย่างราบรื่น
ไม่รู้ว่าเมิ่งจิ่งโจวได้เล่าเรื่องอื่นๆ ของลู่หยางให้น้องสาวฟังอีกหรือไม่ เมิ่งจิ่งอวี้สนใจประสบการณ์ของลู่หยางเป็นพิเศษ แม้แต่ตอนกินข้าวก็อดไม่ได้ที่จะถามลู่หยางตลอดเวลา“พี่ชายลู่หยาง เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าตอนนั้นท่านเข้าร่วมลัทธิอมตะได้อย่างไร?”“พี่ชายลู่หยาง ได้ยินว่าความเร็วในการสร้างแก่นทองคำของท่านเร็วกว่าพี่ชายด้วยซ ้า ท่านสร้างแก่นทองคำแบบไหนหรือ?”“ท่านช่วยคนโกนผมได้จริงๆ หรือ?”ลู่หยางรู้สึกว่าตอนที่ช่วยเมิ่งพ่อสั่งสอนเมิ่งจิ่งโจว เขาลงมือเบาเกินไป“น้องอวี้ดึงลมปราณเข้าร่างแล้วหรือ?” ลู่หยางสังเกตเห็นว่าเมิ่งจิ่งอวี้มีการเคลื่อนไหวของพลังวิเศษ แม้เมิ่งจ