งแค่ฟังเสียงฝีเท้ำก็รู้เผ่ำพันธุ์ผู้มำ“ฉงฉีกับต้อเจียง คู่นี้ไม่เหมือนโจรปล้นสุสำน ก็ไม่เหมือนคนมำส่งศพ” เมิ่งจิ่งโจวเกำศีรษะปีศำจทั้งสองเดินผ่ำนห้องกลไก ลู่หยำงหวำดกลัวอย่ำงยิ่ง เกรงจะถูกค้นพบ“ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นชวนประชุมในที่แปลกจริงๆ” ผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงยิ้มบนใบหน้ำ แต่ในใจกลัวเล็กน้อยตอนเข้ำสุสำน เขำรู้สึกว่ำมีบำงสิ่งจ้องมองตนอยู่ แต่รอบๆนอกจำกท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นก็ไม่มีปีศำจอื่น
หรือว่ำรูปปั้นฉงฉียุคโบรำณบนศีรษะก ำลังมองเขำ?ฉงฉียุคโบรำณยังมีชีวิตอยู่?เพียงแค่คิดถึงตรงนี้ เขำก็รู้สึกสยองขวัญ รีบส่ำยศีรษะเงียบๆ ขับไล่ควำมคิดอันน่ำกลัวออกไปท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นยิ้ม: “ด้วยเป็นเรื่องส ำคัญ ต้องก ำหนดต่อหน้ำบรรพบุรุษ จึงจะแสดงควำมส ำคัญที่ตระกูลเรำมีต่อข้อเสนอของตระกูลต้อเจียง”“ตระกูลต้อเจียงมำตระกูลฉงฉีท ำอะไรยิ่งใหญ่ขนำดนี้?”ลู่หยำงส่งเสียงสื่อจิตถึงศิษย์พี่คนที่สำม เขำไม่กล้ำพูดออกมำข้ำงนอกตระกูลฉงฉีระแวดระวังอย่ำงมำก นั่นเป็นมำตรฐำนส ำหรับกำรมำเยือนของตระกูลมังกรหงส์ ส่วนตระกูลต้อเจียง แม้จะเป็นตระกูลใหญ่ แต่ก็ไม่ควรได้รับกำรปฏิบัติเช่นนี้แถมยังพำไปที่สุสำนฉงฉีอีก?ศิษย์พี่คนที่สำมขมวดคิ้ว ก็ไม่เข้ำใจเช่นกัน นำงยุ่งกับกำรส ำรวจสุสำนของแต่ละตระกูลใหญ่ในระยะนี้ ไม่ค่อยสนใจควำมเคลื่อนไหวในเขตปีศำจท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นและผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงเดินไปไกลขึ้น เสียงเบำลงจนแทบไม่ได้ยิน มีเพียงศิษย์