พี่คนที่สำมที่ฝึกหูเป็นพิเศษจึงได้ยินเนื้อหำกำรสนทนำในสุสำนหลัก
“คำรวะบรรพบุรุษ” ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นคุกเข่ำเคำรพต่อโลงศพสีด ำเพรำะเกรงควำมเข้มแข็งของฉงฉียุคโบรำณ ผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงจ ำต้องคุกเข่ำตำม“ตระกูลต้อเจียงหลังนี้กระตือรือร้นในเขตปีศำจมำกนัก มีสหำยเก่ำหลำยคนเล่ำเรื่องพวกเจ้ำให้ข้ำฟัง”“หลังจำกเจ้ำเผ่ำตระกูลเทำเที่ยเล่ำแนวคิดของเผ่ำพวกเจ้ำให้ฟังข้ำตกใจอย่ำงยิ่ง รวบรวมเขตปีศำจ สร้ำงประเทศปีศำจ แนวคิดนี้ยิ่งใหญ่มำก”ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นจ้องผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงเย็นเยียบ“ยิ่งไม่คำดคิดคือ ตระกูลเทำเที่ยเห็นด้วยกับข้อเสนอของพวกเจ้ำ สมัครใจโค้งค ำนับ”นี่คือเหตุผลที่ท่ำนเจ้ำเผ่ำจิ่นระแวดระวัง พำผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงมำที่สุสำนฉงฉีตระกูลเทำเที่ยและตระกูลฉงฉีมีก ำลังทัดเทียมกัน หำกไม่มีเหตุพิเศษ ไฉนจะยอมก้มหัวอย่ำงนั้น?ผู้สื่อสำรตระกูลต้อเจียงถอนหำยใจ: “นี่ก็เป็นเรื่องจ ำเป็น ยุคทองมำถึง โอกำสมำกมำย แคว้นต้ำเซี่ยแข็งแกร่ง เฟื่องฟูอย่ำงยิ่ง มีห้ำส ำนักใหญ่เป็นหลัก สี่ลัทธิมำรใหญ่ที่นั่นไม่อำจสร้ำงควำมปั่นป่วนถึงกับโดนตัดชื่อไปหนึ่งลัทธิคือลัทธิอมตะ”
“มองดูเขตปีศำจของพวกเรำ สืบทอดมำไม่ขำดตอนตั้งแต่ยุคโบรำณ พลังรวมยังแข็งแกร่งกว่ำแคว้นต้ำเซี่ย แต่กลับต่ำงคนต่ำงอยู่ยังแบ่งตำมท่ำทีที่มีต่อมนุษย์เป็นสำมกลุ่ม”“เขตปีศำจของพวกเรำเป็นเพียงทรำยกระจัดกระจำย จะแย่งชิงโอกำสในอนำคตได้อย่ำงไร?”“หำกต