ยวฉางอันได้ยินดังนั้น หัวใจก็พลันหนักอึ้ง
เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันตา
ทว่าผู้ที่ทุกข์ใจที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเหมียวอิน ใบหน้าของนางซีดเผือดไร้สีเลือดในทันที
ท่านผู้อาวุโส เชิญท่านนั่งพักผ่อนสักครู่ ข้าขอตัวไปจัดการธุระสักประเดี๋ยว แล้วจะรีบกลับมาเจ้าค่ะเหมียวฉางอันหันไปกล่าวกับเย่หนานอย่างนอบน้อม
อืม ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงข้าเย่หนานพยักหน้ารับ แม้จะได้ยินคำว่าสู่ขอและสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดภายในตำหนัก แต่สำหรับเขาแล้ว มันไม่ใช่กงการอะไรของตน
ฝ่ายเหมียวอินที่นั่งอยู่ข้างกายเย่หนาน จิตใจว้าวุ่นกระวนกระวาย นางลอบมองเย่หนานอยู่บ่อยครั้งราวกับต้องการที่พึ่ง
แต่เย่หนานกลับทำเหมือนมองไม่เห็น เขายังคงนั่งแทะเมล็ดแตงโมที่พกติดตัวมาอย่างสบายอารมณ์ เสียงเปลือกแตกดังเปาะ… เปาะ…เป็นจังหวะ
ทว่ายังไม่ทันที่เหมียวฉางอันจะก้าวเท้าออกจากตำหนัก
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังแว่วมาจากทางประตูหน้า
พร้อมกับเสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ดังก้องเข้ามาในโถงผู้เยาว์ถือวิสาสะเข้ามา หวังว่าผู้อาวุโสทุกท่านคงจะให้อภัย
สิ้นเสียง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ประตูทางเข้า
ปรากฏร่างของคนสองคนเดินเข้ามา เป็นชายหน