งคิดไม่ตกมำตลอด สมมติว่ำอีกฝ่ำยถือครองผลกำรบ ำเพ็ญสำยใยโชคชะตำ แต่เซียนอมตะไม่เคยแสวงหำศัตรูทั้งยังมีควำมสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับสี่เซียนยุคโบรำณ กำรฆ่ำเซียนอมตะย่อมกวนใจสี่เซียนยุคโบรำณ มีเหตุผลอะไรที่ท ำให้เขำสร้ำงศัตรูและเสี่ยงชีวิตเช่นนั้น?“แรงจูงใจ……เหตุผล……”“แรงจูงใจ……เหตุผล……”“ต้องมีแน่นอน เหตุผลที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตัวเขำเอง……”เขำฉุกคิดบำงอย่ำงขึ้นมำ ดวงตำเปล่งประกำยด้วยควำมตื่นเต้น“เป็นไปได้หรือไม่ว่ำเป็นผลกำรบ ำเพ็ญประเภทกลืนกิน? ยิ่งกลืนกินผลกำรบ ำเพ็ญมำก พลังก็ยิ่งมหำศำล?”“ชั่วครำวให้เรียกผลกำรบ ำเพ็ญนี้ว่ำผลกำรบ ำเพ็ญกลืนกิน”
“ถ้ำในยุคโบรำณไม่ได้มีเซียนห้ำคน แต่มีเจ็ดคน เซียนคนที่หกคือผลกำรบ ำเพ็ญสำยใยโชคชะตำ เซียนคนที่เจ็ดคือผลกำรบ ำเพ็ญกลืนกิน เซียนคนที่เจ็ดกลืนกินเซียนคนที่หก ได้ควำมสำมำรถของผลกำรบ ำเพ็ญสำยใยโชคชะตำ และปิดกั้นกำรรับรู้ถึงตัวตนของตนเอง”“เซียนคนที่เจ็ดเพื่อเพิ่มพลัง จึงจับจ้องเซียนอมตะ ลงมือลอบโจมตี พยำยำมกลืนกินผลกำรบ ำเพ็ญอมตะ เพื่อเป็นผู้ที่ไม่ตำยไม่สลำย เพียงแต่มีบำงอย่ำงผิดพลำด อำจเพรำะสี่เซียนยุคโบรำณมำทัน ท ำให้เซียนคนที่เจ็ดกลืนกินไม่ส ำเร็จ!”“นี่ก็อธิบำยได้ว่ำท ำไมลัทธิอมตะถึงมีอยู่ เขำก่อตั้งลัทธิอมตะเพื่อกลืนกินผลกำรบ ำเพ็ญอมตะที่เป็นเค้ำ!”ทุกอย่ำงเข้ำใจได้แล้ว!เซียนอมตะก็ตื่นเต้นตบไหล่ลู่หยำง รู้สึกว่ำนี่คือควำมจริง “พูดได้มีเหตุผลนัก!”