ุบเขาเฉียนชิง ที่นั่นไม่มีสิ่งกีดขวาง”
ท่านหัวหน้าหุบเขาซวงทิ้งประโยคนี้ไว้ แล้วบินกลับไปที่หุบเขาเฉียนชิง เพื่อเตรียมวัตถุวิเศษที่จะใช้ในการเชื่อมสายสัมผัสชีพจร
ลู่หยางกลับไปที่เทือกเขาที่เมิ่งจิ่งโจวอยู่อีกครั้ง ให้ม้าแก่พาทั้งสองคนไปที่หุบเขาเฉียนชิง
ครั้งนี้ม้าแก่ไม่ได้ถ่วงเวลาอีก ใช้วิชามิติพาทั้งสองกลับไปอย่างรวดเร็ว
ขณะนี้ คนที่มาหุบเขาเฉียนชิงเพื่อแก้คำสาปได้กลับไปหมดแล้ว พวกศิษย์ที่ทำหน้าที่ตรวจรักษาก็เก็บเก้าอี้เล็กๆ กลับเข้าไปในหุบเขากันหมด เมิ่งจิ่งโจวจึงกลับมาที่หุบเขาเฉียนชิงได้อย่างราบรื่น
ลู่หยางเข้าไปในหุบเขาเฉียนชิง ไปรับวัตถุวิเศษสำหรับเชื่อมสายสัมผัสชีพจรจากท่านหัวหน้าหุบเขาซวง
การเชื่อมสายสัมผัสชีพจร เป็นวิธีการวินิจฉัยโบราณที่มีต้นกำเนิดจากราชวงศ์ต้าเฉียน ชายาของฮ่องเต้ล้มป่วย จำเป็นต้องให้หมอหลวงวินิจฉัย แต่ชายาเป็นหญิงของฮ่องเต้ จะยอมให้ชายอื่นแตะต้องได้อย่างไร
หมอหลวงของต้าเฉียนจึงคิดวิธีการหนึ่งขึ้นมา พวกเขาเอาด้ายไหมพันที่ข้อมือของชายาด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งให้หมอหลวงจับไว้ หมอหลวงจะวินิจฉัยโรคจากความรู้สึกที่ถ่ายทอดผ่านเส้นไหม ชีพจร พลังวิเศษ และปัจจัยอื่นๆ มากมาย ผนวกกับตำราแพทย์ที่ตนเองรอบรู้
หมอหลวงที่เก่งกาจยิ่งกว่านั้นจะชำนาญวิชาล่องหน แอบไปรักษาชายาในยามค่ำคืน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้
“หลักการข้าเข้าใจทั้งหมด แต่ทำไมเจ้าถึงมัดข้าแน่นหนาเช่นนี้ ไม่ใช่ว่า