ก็มีคนอยากจะขายชีวิตให้เขาแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของราชาหินก็ชะงักไป
แม้จะไม่พอใจมาก แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าซาโซริพูดถูก
ราชาหินมองไปที่ซาโซริ เป็นสัญญาณให้เขาพูดต่อ
ซาโซริเรียบเรียงความคิด แล้วพูดอย่างคล่องแคล่ว “พี่ใหญ่ ผมรู้สึกว่าที่คุณหลินทำแบบนี้ ก็เพื่อตีหญ้าให้งูตื่น ถ้าคนลึกลับคนนั้นทำงานเพื่อเงินจริงๆ เขาก็ต้องไปรับค่าจ้าง หรือไม่ก็ไปหาเจ้านายเพื่อยืนยันแผนการขั้นต่อไปใช่ไหมครับ”
“แต่ตอนนี้ พอรางวัลนำจับของคุณหลินออกมา ทุกคนก็จะสงสัยคนรอบข้าง ไม่ปล่อยผ่านแม้แต่การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ”
“ถ้ามีไส้ศึกจริงๆ เขาอยากจะเคลื่อนไหวอีกก็ยากแล้ว”
“ไม่ว่าไส้ศึกจะยอมแพ้แล้วซ่อนตัวต่อไป หรือจะเสี่ยงถูกเปิดโปงเพื่อก่อวินาศกรรมต่อไป”
“ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็เข้าทางคุณหลินทั้งนั้น”
ความโกรธบนใบหน้าของราชาหินแข็งค้าง
เขาแค่เป็นคนอารมณ์ร้อน ไม่ใช่คนสมองทึบ
“ไอ้เวร”
ราชาหินด่าพลางนั่งลงบนเก้าอี้ เก้าอี้ส่งเสียงร้องโอดโอยเหมือนรับน้ำหนักไม่ไหว
“ไอ้แซ่หลินนี่ ใจคอมันเล็กยิ่งกว่ารูเข็มอีก”
“พี่ใหญ่ งั้นตอนนี้เราจะ?” หัวหน้าทีมอีกคนข้างๆ ถามอย่างระมัดระวัง
“สืบ!” ราชาหินตบโต๊ะ ครั้งนี้ไม่ได้ใช้แรงมาก แต่เสียงยังคงดังสนั่น “ให้ทุกคนจับตามองให้ดี! ใครแม่งกล้าไปติดต่อกับคนนอกในช่วงเวลานี้ กูจะถลกหนังมัน!”
เสียงของราชาหินเต็มไปด้วยจิตสังหาร
เขาอาจจะต่อต้านหลินโม่ได้ แต่เขาไม่ยอมให้มีคนในพวกของตัว