ุดอยู่หน้ากองเสบียง แต่ไม่ได้มองอาหารเหล่านั้น กลับเงยหน้าขึ้น สบตากับหลินโม่ที่ยืนอยู่ในเงาตรงประตูร้านขายของชำ
“พวกเราไม่อยากไป”
เสียงของเธอเบามาก แต่กลับดังกังวานชัดเจนในลานกว้างที่เงียบสงัด
“พวกเราอยากจะอยู่ ทำงานให้ท่าน”
ชายฉกรรจ์หน้าบากตะลึงงัน เหล่าผู้ปลุกพลังอิสระข้างหลังเขาก็เงียบกริบลงทันที มองหน้ากันไปมา
เย่อิงไม่สนใจปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมทาง เธอพูดต่อด้วยความเร็วที่ไม่ช้านัก แต่ทุกคำพูดหนักแน่นราวกับกำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่
“แม้ว่าอุทยานวิทยาศาสตร์จะยึดมาได้แล้ว แต่ตอนนี้กลับไม่มีคนอยู่เลย”
“อีกไม่นาน พวกนักเก็บขยะในซากปรักหักพังก็จะแห่กันมาเหมือนแมลงวันที่ได้กลิ่นคาวเลือด”
“อุปกรณ์เหล่านั้น เสบียงเหล่านั้น ถ้าไม่ส่งคนไปเฝ้า ภายในวันเดียวก็จะถูกขนไปจนหมด ถูกทำลายจนสิ้น”
เธอหยุดเล็กน้อย ริมฝีปากแดงระเรื่อเม้มเข้าหากันเบาๆ ในแววตามีประกายร้อนแรง
“คนของสี่กองกำลังหลักเพิ่งจะจากไป พวกเขาต้องกลับไปฟื้นฟู ในระยะสั้นคงกลับมาไม่ได้”
“และพวกเรา คือกลุ่มเดียวที่สามารถกลับไปที่นั่นได้ในทันที”
ที่ประตูร้านขายของชำ มุมปากที่เรียบเฉยตลอดกาลของหลินโม่ ในที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็น
เขารอคำพูดนี้อยู่
“เธอเป็นหัวหน้าทีม”
หลินโม่พูดสั้นๆ ได้ใจความ ตัดสินชะตาในประโยคเดียว
หินก้อนใหญ่ที่ถ่วงอยู่ในใจของเย่อิงในที่สุดก็ถูกยกออกไป เธอไม่ได้ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย พยักหน้าเบาๆ
“จากนี้ไป