ฟังไม่ออกถึงอารมณ์ใดๆ
“เอาไป แล้วก็ไปได้เลย”
สิ้นเสียง ความอบอุ่นที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นในลานกว้างก็พลันแข็งทื่อในทันที
ไป?
อาการเมาบนใบหน้าของชายฉกรรจ์หน้าบากหายไปจนหมดสิ้น
เขาจ้องเขม็งไปที่กองเสบียงที่มากพอจะทำให้ผู้ปลุกพลังคนไหนก็คลั่งได้ กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกอย่างรุนแรง
“หมายความว่ายังไง!?”
เขาคำรามเสียงแหบพร่า ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธที่กดไว้ไม่อยู่
“นี่แกเห็นพวกเราเป็นผ้าขี้ริ้ว ใช้แล้วทิ้งเหรอ!?”
ฝูงชนข้างหลังเขาก็เริ่มส่งเสียงจอแจขึ้นมาทันที กระเพาะที่เพิ่งจะอิ่มแปล้ไปด้วยเนื้อและเหล้า บัดนี้กลับมีเปลวไฟแห่งความโกรธที่รู้สึกว่าถูกหลอกใช้และทอดทิ้งลุกโชนขึ้นมา
“แม่*เอ๊ย, ล้อกันเล่นรึไงวะ?”
“เลี้ยงข้าวแค่มื้อเดียวก็คิดจะไล่พวกเราไปแล้ว? ดูถูกใครอยู่!”
เย่อิงไม่ขยับ
เธอไม่ได้หันไปมองเพื่อนร่วมทางที่กำลังโกรธเกรี้ยวแม้แต่น้อย
เธอเพียงแค่มองหลินโม่ มองใบหน้าที่ไร้ระลอกคลื่นใดๆ ของชายผู้นั้น ราวกับว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย
หลินโม่ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงบ่นที่ดังอื้ออึงเหล่านั้น
เขาไม่ได้แม้แต่จะชายตามองชายหน้าบากคนนั้นเลย
สายตาของเขาทะลุผ่านความมืดมิดของยามค่ำคืน จับจ้องอยู่ที่ร่างของเย่อิงเพียงคนเดียว
“หรือว่า พวกคุณมีความคิดอื่น?”
ชายหน้าบากกำลังจะอ้าปากด่าต่อ แต่ก็ถูกสายตาที่เย็นเยียบจนแทงกระดูกของเย่อิงหยุดไว้
เย่อิงเดินไปข้างหน้าสองก้าว
เธอเดินไปหย