่ที่คลับส่วนตัวแห่งหนึ่งที่ชื่อ “โรงน้ำชาจิ้งซิน”
สถานที่อยู่ในชานเมือง หน้าประตูไม่มีป้าย มีเพียงสิงโตหินสองตัว ประตูใหญ่สีแดงชาดปิดสนิท เผยให้เห็นความสง่างามที่ไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า
พี่เปียวก้มตัวนำทางอยู่ข้างหน้า ผลักประตูไม้ที่หนักอึ้งนั่นออก
ในลานมีอะไรมากกว่าที่เห็น ศาลา, สะพานเล็กๆ, น้ำไหล, ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นไม้จันทน์จางๆ
ในห้องชาที่ติดกับทะเลสาบ หลินโม่ได้พบกับคนที่เรียกว่าพี่ซู
เป็นผู้หญิงสวมกี่เพ้าพอดีตัวสีเรียบ นั่งตัวตรงอยู่หลังโต๊ะชงชาที่ทำจากไม้สาลี่
เธอหุ่นดี มีออร่าเย็นชา กำลังชงชาด้วยท่าทีที่น่ามอง
อายุประมาณสามสิบปี หน้าตาสวยงาม ดวงตาหงส์ที่สงบนิ่งไร้คลื่น กวาดมองมาอย่างแผ่วเบา
สายตาของเธอข้ามผ่านพี่เปียวที่ก้มหัวจนแทบจะติดอก ไปหยุดอยู่ที่หลินโม่ และถุงผ้าใบที่ดูบ้านๆ ในมือของเขาซึ่งไม่เข้ากับที่นี่เลย
“พี่ซู”
พี่เปียวแทบจะเอาหัวซุกเข้าไปในอก
ผู้หญิงคนนั้นราวกับไม่ได้ยิน แค่ทำท่า “เชิญ” ให้หลินโม่
หลินโม่ก็ไม่เกรงใจ เดินตรงเข้าไป นั่งลงบนเบาะตรงข้ามโต๊ะชา
โยนถุงผ้าใบนั่นลงบนโต๊ะตามใจชอบ
โครม!
เสียงโลหะกระแทกกันที่ทึบและหยาบกระด้าง ในทันทีก็ฉีกกระชากความสงบและความงดงามของทั้งห้อง
โต๊ะชายังสั่นสะเทือน
ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าพี่ซู มือที่จับกาน้ำชาดินเผาสีม่วงอยู่ มั่นคงดั่งหินผา การกระทำไม่มีการหยุดชะงักแม้แต่น้อย
เธอรินชาที่ชงเสร็จแล้วแก้วหนึ่ง ค่อยๆ เลื่อนไปตรงหน