ู้เซฟหนักๆ ใบหนึ่งมา
งัดเปิด ณ ตรงนั้น ข้างในเป็นทองคำแท่งที่เรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
“คุณเจ้าของร้าน ของทั้งหมดที่คุณมี ผมเอาหมด!”
ชายฉกรรจ์หัวล้านเสียงดังฟังชัด
หลินโม่ไม่แม้แต่จะเงยหน้า
“ต่อคิว”
ใบหน้าของชายฉกรรจ์หัวล้านแข็งทื่อไป
ลูกน้องสองสามคนที่อยู่ข้างหลัง เผลอกำอาวุธในมือแน่นขึ้น
แต่เมื่อพวกเขามองเห็นผู้หญิงผมแดงที่อยู่ไม่ไกล กำลังบี้กระป๋องโค้กให้กลายเป็นเศษเหล็ก ทุกคนก็คลายมือออก
ชายฉกรรจ์หัวล้านสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าฝืนยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียด
“ได้ ได้ พวกเราต่อคิว”
หลินโม่ไม่สนใจเขาอีกต่อไป ซื้อขายต่อไปตามจังหวะที่กำหนดไว้
นี่ต่างหาก คือทรัพย์สมบัติที่แท้จริง ที่เป็นของเขาเพียงคนเดียว
ในที่สุด เมื่อผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย ใช้กำไลทองคำที่แตกหัก แลกเอาล่าเถียวซองสุดท้ายบนชั้นวางไป
ทั้งร้านขายของชำ นอกจากตัวหลินโม่เองแล้ว ก็แทบจะถูกขนไปจนเกลี้ยง
ฝูงชนในลานกว้างต่างก็พากันทยอยจากไปอย่างพึงพอใจพร้อมกับอาหารที่แลกมาได้
เย่อิงโยนกระป๋องโค้กในมือทิ้ง เดินมาถึงเส้นแบ่งเขตที่มองไม่เห็นนั่น
“คุณรวยแล้วนะ”
น้ำเสียงของเธอสงบนิ่งมาก
“ก็พอได้”
หลินโม่บิดขี้เกียจ มองร้านที่ว่างเปล่า
“ครั้งหน้าจะมาอีกเมื่อไหร่?” เย่อิงถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้
หลินโม่มองไปที่หน้าจอแสง
[เดินทางข้ามมิติ (กำลังคูลดาวน์, เวลาที่เหลือ: 03:15:42)]
“ไม่รู้”
เขาไม่รู้จริงๆ
ถึงแม้หลินโม่จะเดาว่าหลังจากกลับไปแล้วก็ต้