เผือด ฝ่ามือที่กำปืนอยู่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นนักผจญภัยกลุ่มแรกที่ค้นพบขุมทรัพย์
ตอนนี้ถึงได้รู้ว่า ตัวเองเป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อยที่หลงเข้าไปในบ่อฉลาม
หน้าผากของพี่หู่ ก็ซึมไปด้วยเหงื่อเม็ดละเอียด
เขามองไปยังร้านเล็กๆ นั่นอีกครั้ง
ชายหนุ่มคนนั้น ยังคงพิงกรอบประตูอยู่ แถมยังหาวออกมาอีกด้วย
ราวกับไม่รับรู้ถึงกระแสคลื่นใต้น้ำรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าหลินโม่รู้ว่าข้างนอกมีคน
และไม่ใช่แค่กลุ่มเดียว
น้ำในหม้อเดือดพล่านแล้ว ฟองอากาศผุดขึ้น “ปุดๆ” กลิ่นหอมที่เข้มข้นจนคลายไม่ออกนั่น คือแหที่เขาเหวี่ยงลงไปในซากปรักหักพังแห่งนี้
ตอนนี้ ปลามากันครบแล้ว
หลินโม่บิดขี้เกียจ ข้อต่อทั่วร่างส่งเสียงดังกร๊อบแกร๊บ
เขาเดินไปที่ประตูอย่างช้าๆ สายตากวาดมองไปตามมุมมืดรอบๆ
“พวกคุณ ดูมานานขนาดนี้ ไม่หิวกันเหรอ?”
เสียงของเขาไม่ดัง แต่กลับส่งไปถึงหูของผู้ซุ่มซ่อนทุกคนอย่างชัดเจน
เงียบกริบ
ไม่มีใครตอบ แต่หัวใจของทุกคน ในตอนนี้กลับเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมาจากอก
เขาเจอพวกเราแล้ว!
หลังของพี่หู่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นในทันที นิ้วที่กำปืนไรเฟิลอยู่ก็เผลอเกร็งขึ้น
“ไม่ต้องตึงเครียดขนาดนั้น”
หลินโม่หยิบไส้กรอกร้อนๆ ชิ้นหนึ่งออกมาจากหม้อ ใส่เข้าไปในปาก พูดเสียงอู้อี้ต่อไป
“เปิดร้านทำธุรกิจ เน้นความปรองดอง”
“ที่นี่ผมมีบะหมี่ มีน้ำ มีไส้กรอก รับรองอิ่ม”
คำพูดนี้ทำให้ลมหายใจของทุกคนหนักหน่วงข