ข้างกางออกพุ่งไปยังช่องว่างระหว่างกิ่งไม้
แต่แล้วกิ่งไม้กิ่งหนึ่งก็ยกขึ้นอย่างแผ่วเบาพลิ้วไหว ฟาดลงมาราวกับแส้!
“เพียะ!”
วิหคเหลิงถูกหวดกลับขึ้นไป ก้นจ้ำเบ้าลงกับลำต้นของต้นไม้
มันยังไม่ทันจะได้สติรับรู้ กิ่งไม้มากมายก็คืบคลานออกมาราวกับงูพิษ เลื้อยไปตามลำตัว มัดตรึงมันไว้แน่น จากนั้นก็ดึงปีกและขาทั้งสองข้างของมันให้กางออก ห้อยอยู่กลางอากาศเป็นดาวห้าแฉกที่แสนอัปยศ
เสียงหัวเราะขำขันดังก้องไปทั่วทั้งรอบข้าง ทำให้วิหคเพลิงสั่นระริก
“ได้อาบเปลวเพลิงเมื่อครู่สบายตัวไม่เบา เจ้านกกระจอกน้อย จัดมาอีกสักทีสิ” น้ำเสียงเอื่อยลอยมา ชวนให้วิหคเพลิงศีรษะชา จิตใจระทมขมขื่น
อาบ...เปลวเพลิง?
วิหคเพลิงสั่นสะท้าน ไหนเลยจะกล้ารีรอไม่ทำตาม มันรีบอ้าปากพ่นไฟ
“ฟู่ๆๆ!”
จู่ๆ ที่แห่งนี้ก็กลายเป็นทะเลเพลิง ปีศาจต้นไม้เหล่านั้นอาบกายด้วยเปลวเพลิง ยังบิดเอวไปมา ถูซ้ายถูขวา คล้ายสบายกายผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง
ฉากนี้น่าสั่นประสาทยิ่งนัก โดยเฉพาะในสายตาวิหคเพลิง เป็นฝันร้ายน่ากลัวที่แม้แต่ฝันก็ยังไม่กล้าฝัน
น้ำตาใสร่วงรินลงจากดวงตาของมัน อับจนหนทางถึงขีดสุด “กลับบ้าน ข้าอยากกลับบ้าน…”
พ่นไฟมาครึ่งชั่วยามแล้ว ขนาดเปลวไฟยิ่งเ