้กับเรืออู๋เผิง เพื่อให้มั่นใจว่าปรมาจารย์จะไม่ถูกรบกวน
พวกเขามองคนกลุ่มนี้ด้วยสายตาเหยียดหยามดูหมิ่น แววตาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งเย็นชา
ยามนี้ข้าเป็นสุนัขรับใช้ข้างกายปรมาจารย์ ในด้านพลังไม่อาจอ่อนด้อยกว่าผู้ใด มีแต่ต้องเหนือกว่าเท่านั้น
ผู้เฒ่าชุดเขียวเข้มเชื้อเชิญ “สหายเต๋าผู้นี้ ที่นี่คือซากโบราณเซียน อาศัยเรี่ยวแรงคนเดียวไม่อาจฝ่าเข้าไปได้ ไม่สู้เข้าร่วมกับเราดีกว่าหรือ ถึงตอนนั้นจะให้ส่วนแบ่งเจ้าครึ่งหนึ่ง”
หลินมู่เฟิงส่ายหัวปฏิเสธ “ขอบคุณสำหรับน้ำใจ แต่ไม่จำเป็นหรอก”
ชายชราชุดเขียวเข้มจ้องมองเรืออู๋เผิงลอยไกลออกไปตาปริบๆ ไม่นานก็ไปถึงปากหลุม เขารีบพูดขึ้นว่า “สหายเต๋า โปรดอย่าได้คิดสั้น ปากหลุมนั่นมีภยันตรายรุนแรง เข้าร่วมกับเราตอนนี้ยังไม่สาย!”
หลินมู่เฟิงไม่แม้แต่ปรายตามองเขา ชายผ้าปลิวไสวไปตามสายลมอย่างสุดเท่ ท่าทางองอาจ ไม่ยอมแพ้ หากไม่ใช่ข้าจะเป็นผู้ใด
เจ้าพวกมนุษย์ที่โง่เขลา ข้ามีรัศมีโชคชะตาคลุมกาย ซากโบราณจะทำอะไรข้าได้?
“กลางดึกกลางดื่น คนผู้นี้มาจากที่ใดกัน รู้สึกว่าสติไม่ค่อยสมประกอบ?”
“หรือว่านอนละเมอ?”
“เฮ้อ น่าเสียดาย มีสตรีดุจบุปผาประดุจหยกอยู่บนเรือด้วย”
“ดูเหมือนจะนำไปก่อนก้าว