จนัก!”
ทุกคนอ้าปากอึกอัก กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหน
พลังแห่งทัณฑ์สวรรค์สองเท่า แค่คิดก็ชวนให้หนังศีรษะชาแล้ว จะรับไว้ได้อย่างไร!
“เอาเถอะ ถึงเวลาควรทำอย่างไรก็ทำ ชีวิตจะเป็นอย่างไรก็ให้สวรรค์กำหนด” เหยาเมิ่งจีโบกมือไหวๆ มองฉินม่านอวิ๋นและกล่าวว่า “ตอนที่ข้าปิดตัวบำเพ็ญ การทำผลงานต่อหน้าปรมาจารย์ผู ยิ่งใหญ่ของพวกเจ้าเป็นเช่นไร คงไม่ได้ทำให้ผู้ยิ่งใหญ่โกรธกระมัง?”
“เราจะทำให้ปรมาจารย์โกรธได้อย่างไร เพียงแต่ครั้งนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายสักหน่อย…”
ฉินม่านอวิ๋นรีบระงับความเศร้าของตน และบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาราวกับเป็นเรื่องเล่า ตั้งแต่ต้นจนจบโดยละเอียด
เวลานี้เหยาเมิ่งจีดูเหมือนชายชราธรรมดาคนหนึ่ง ใบหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่ฟังเรื่องเล่าไปก็พยักหน้าส่ายหน้าเป็นครั้งคราว
กว่าฉินม่านอวิ๋นจะเล่าเรื่องจบ เวลาก็ผ่านไปกว่าครึ่งวันแล้ว
ใบหน้าของเหยาเมิ่งจีเปลี่ยนไปตามคำบรรยายของฉินม่านอวิ๋น บ้างก็ยิ้มออกมา พยักหน้าอย่างพึงพอใจ บ้างก็ทอดถอนใจเบาๆ เป็นหมื่นพันครั้ง
ยามพูดถึงตระกูลหลิ่ว ใบหน้าเขาจมดิ่งลงอย่างอดไม่ได้ “ตระกูลหลิ่วบังอาจไม่เคารพผู้ยิ่งใหญ่ สมควรถูกทำลาย! น่าเสียดายที่ข้าปิดตัวบำเพ็ญอ