ตามากและยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มันลอยฟุ้งขึ้นจากส่วนล่างของรูปปั้น และปกคลุมทั่วทั้งรูปปั้นในที่สุด
จากนั้นควันดำก็พุ่งเข้าหารูปปั้นราวกับแม่น้ำร้อยสายไหลกลับสู่ทะเล ดวงตาของรูปปั้นเหลือบประกายเล็กน้อย มีแสงสีดำสว่างวาบ
“เกิดอะไรขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของข้าที่โลกมนุษย์? ถึงได้หวาดกลัวจนกลายเป็นแบบนั้น บัดนี้ยังอยู่ในสภาพกึ่งตาย ใครกันที่ทำเช่นนี้? โลกมนุษย์ยังมีผู้แข็งแกร่งอะไรได้อีก?”
ควันดำหมุนวนอยู่ในรูปปั้น “แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี รูปปั้นนี้ยังมีไอมารหลงเหลืออยู่ ขอแค่ผ่านคืนนี้ไป ข้าก็จะสามารถใช้สิ่งนี้นำพลังบางส่วนมาสอดส่องโลกมนุษย์ ไม่แน่ว่าดีที่ส สุดอาจจะสามารถฝึกผู้ศรัทธาสักสองสามคน มารับใช้โลกมารก็เป็นได้!”
ทันใดนั้นสีของรูปปั้นก็เข้มขึ้นเรื่อยๆ
วันรุ่งขึ้น
แสงอาทิตย์ลอดผ่านต้นไม้ส่องไปยังลานด้านในเรือนสี่ประสาน เงาของต้นไม้ตกลงมา เกิดเป็นภาพเงาใบไม้บนพื้น
“แอด”
หลังเสียงเปิดประตูเบาๆ หลี่เนี่ยนฝานก็เปิดประตูเดินออกมา
เขาหันหน้าไปทางที่พระอาทิตย์ขึ้น รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก “วันที่สดชื่นเริ่มต้นขึ้นแล้ว”
ต๋าจี่นั่งอยู่ในลานเล่นกับดอกไม้ใบหญ้า พูดด้วยรอยยิ้ม “คุณชาย อรุณ