ี่เนี่ยนฝานสูดหายใจลึกอย่างอดไม่ได้ จิตใจพลันรู้สึกเบิกบาน
เมื่อทอดสายตามองออกไป ก็เห็นต้นไม้เขียวขจีปลิวไสวไปตามสายลม ใบไม้ยังมีละอองน้ำที่ไม่จางหาย กระโดดลงมาวาดโค้งที่สดใสในอากาศ ราวกับภูติน้อย
กลางเขาว่างเปล่าหลังฝนตก สดชื่นเย็นสบายราววสันตฤดู
หากเป็นโลกก่อน ที่นี่คงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับห้าดาวที่ไม่เหมือนใครแน่นอน
หอคอยสูงสองฝั่ง แผงลอยที่ปิดไปเพราะฝนตกหนักกลับมาเปิดอีกครั้ง ต่างต้อนรับบรรยากาศใหม่นี้ ทุกคนเผยรอยยิ้มที่มีความสุขออกมาอย่างอดไม่ได้
เดินไปตามหอคอย หลี่เนี่ยนฝานถึงได้สังเกตเห็นว่า ใจกลางหุบเขาที่อยู่ไม่ไกล เส้นทางไฟเหล่านั้นได้ดับมอดลงแล้ว ผู้เฒ่าทั้งสี่ที่เคยเฝ้าอยู่ก็หายไป คล้ายกับว่าถูกฝนตกครั้ง ใหญ่หนักชะล้าง ดินโคลนที่เดิมทีสีดำสนิทก็ไม่เป็นสีดำเหมือนเช่นก่อนหน้านี้แล้ว
หลี่เนี่ยนฝานอดแปลกใจไม่ได้ “เอ๋? การผนึกสิ้นสุดแล้วรึ?”
กู้จื่อเหยาตอบอย่างกระอักกระอ่วน “อื้ม…ใช่แล้ว”
หลี่เนี่ยนฝานพูดพึมพำ “เบากว่าที่ข้าคิดเอาไว้สักหน่อย คิดไม่ถึงว่าจะง่ายดายเช่นนี้”
คิดไม่ถึงว่านอกจากความตื่นเต้นตระการตาที่เห็นในตอนแรก จะแอบจบลงเงียบๆ เช่นนี้
เดิมทีหลี่เนี่ยนฝานหวังว