่นเครือ “เขาไม่ได้เป็นแค่คนธรรมดาหรอกหรือ? เป็นใครกัน พวกเจ้าถึงทำขนาดนี้?”
ฉินม่านอวิ๋นเหลือบมองเขาเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เขาคือคนที่ตระกูลหลิ่วของพวกเจ้าไม่อาจล่วงเกิน! เป็นบุคคลที่แม้แต่คิดก็ไม่กล้าคิด!”
หลิ่วหรูเซิงเบิกตากว้าง แหกปากด้วยความเหลือเชื่อ “เจ้าโกหก! บนโลกบำเพ็ญเซียนจะมีคนเช่นนั้นอยู่ได้อย่างไร? บรรพบุรุษข้ามีเซียน เขาเก่งกาจเทียบเท่าเซียนรึ?”
ฉินม่านอวิ๋นเอ่ย “เจ้ากบในกะลา! ต่อให้มีเซียนมาอยู่ตรงหน้าเขา ก็ยังต้องยอมก้มหน้า!”
หลิ่วหรูเซิงคล้ายคนคร่ำครวญจะเป็นจะตาย “เป็นไปไม่ได้ เจ้าหลอกข้า เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวหรือ? ข้าเป็นบุตรผู้สืบทอดตระกูลหลิ่ว ข้าพนันว่าพวกเจ้าไม่กล้าฆ่าข้า!”
“ความไม่รู้น่ากลัวยิ่งนัก หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้!” โจวต้าเฉิงมองหลิ่วหรูเซิง ดวงตามีประกายเย็บวาบราวกับมองคนตาย
ทั้งสามปิดปากหลิ่วหรูเซิง คร้านจะเหลือบสายตามองเขาอีก รีบมุ่งหน้าไปยังห้องพักของหลี่เนี่ยนฝาน
ทั้งสามมาถึงหน้าห้องหลี่เนี่ยนฝาน หัวใจเต้นแรงจนขึ้นมาถึงลำคอ ระส่ำระสายไม่เป็นสุข ราวกับเด็กที่ทำความผิดจะเข้าพบการพิจารณาโทษจากผู้ใหญ่
ฉินม่านอวิ๋นถอนใจเบาๆ เอ่ยขึ้น “ครั้งนี้พวกเราละเลยหน้าที่