งเลยใช่ไหม?”
กู้จื่อเหยามองกู้จื่ออวี่อย่างประหลาดใจ “วาจาเหล่านี้ผู้ใดเป็นคนพูดให้เจ้าฟัง?”
“ตายแล้ว ข้าเหมือนจะลืมชื่อเขาไป!” กู้จื่ออวี่สีหน้าเปลี่ยน อดตีอกชกหัวตนเองไม่ได้ “ข้านี่โง่จริง ลืมเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้อย่างไร?”
กู้จื่อเหยาตบศีรษะตนเบาๆ หมดสิ้นคำพูดกับน้องชายคนนี้
ฉินม่านอวิ๋นสูดหายใจเฮือก มองกู้จื่ออวี่พลันเอ่ยปาก “เจ้าแน่ใจหรือว่าเขาเป็นปุถุชนธรรมดา? มีลักษณะเด่นอะไรหรือไม่?”
กู้จื่ออวี่เอ่ยโพล่งออกมา “ข้าจำเขาได้แม่นเลย เขาเป็นคนธรรมดาไม่ผิดแน่ ทว่าที่เซียนเค่อจวีกลับสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ข้างกายยังมีสตรีเลอโฉมผู้งดงามเหนือใครอีกคนด้วย นางก ก็เป็นคนธรรมดาเช่นกัน”
ฉินม่านอวิ๋นดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันใด ร่างบางสั่นสะท้าน ลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตระหนก “เป็นเขาจริงๆ”
กู้จื่อเหยารีบเอ่ย “น้องม่านอวิ๋น เจ้ารู้จักเขาหรือ?”
“ไม่เพียงแต่รู้จัก ครั้งนี้อันที่จริงข้าร่วมทางมากับเขา” ฉินม่านอวิ๋นส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มขื่นๆ
หลังจากนั้นน้ำเสียงนางก็เต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใส “เขาไม่ใช่ปุถุชนธรรมดา ทว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ล้นฟ้า ได้พบกับเขา นับว่าเป็นค