ี่ยนฝานและต๋าจี่เดินอาดออกมาจากข้างในเรือ ยิ้มเอ่ยพลางมองดูผู้คน
ทันทีที่เห็นหลี่เนี่ยนฝาน ฉินม่านอวิ๋นและคนอื่นๆ ก็หัวใจกระตุกวูบ หากไม่ใช่เพราะตอนนี้สภาพจิตใจดี ป่านนี้คงทรุดเข่าฮวบลงไปแล้ว
เมื่อเห็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ แทบจะทนเข่าอ่อนยวบลงไปไม่ไหว
ฉินม่านอวิ๋นรีบแสร้งวางท่าเยือกเย็น “คุณชายหลี่ ท่านยังไม่นอนหรือ”
“ได้ยินเสียงดังข้างนอก นึกสงสัยเลยออกมาดู” หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เขาเงยหน้ามองไปรอบๆ ใบหน้าฉายแววประหลาดใจ “ว้าว สวยสุดๆ ไปเลย!”
ใบหน้าของต๋าจี่ก็ตื่นตกใจเช่นเดียวกัน เคลิบเคลิ้มอยู่ในภาพฉากอันงดงาม
สายตาของหลี่เนี่ยนฝานมองประเมินไปรอบๆ ฉีกยิ้มดีอกดีใจ “โชคดีที่ข้าขึ้นมา ไม่งั้นอดเห็นบรรยากาศงดงามเช่นนี้คงเสียดายแย่”
ลำพังการได้ผ่าเข้ามาในภาพฉากสวยสด การเดินทางครั้งนี้ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว!
ความงดงามนี้ แม้แต่จะจินตนาการก็ยังจินตนาการไม่ออก เรียกได้ว่างดงามตระการตาจนพุ่งเข้าโจมตีจิตวิญญาณ
“หวึ่งๆๆ”
เปลวเพลิงโดยรอบพากันลุกโหมกว่าเดิมประหนึ่งได้รับคำชื่นชมจากปรมาจารย์ แสงสว่างเจิดจรัสพลอยให้โดยรอบสว่างไสวกว่าเดิม
ถึงขั้นที่เปลวเพลิงยังคงโรมรันพันตู หนักบ้างเบา