ไม่ได้ “ลำบากท่านแล้ว”
ผู้เฒ่าหลินอายุอานามก็มากแล้ว มือกลับขาดไปข้างหนึ่ง น่าเวทนาเหลือเกิน
ถึงกระนั้น ประโยคอันเรียบง่ายนี้ก็ทำให้หลินมู่เฟิงหัวใจอุ่นวาบ น้ำตาร้อนเอ่อท้นที่ขอบตา แทบสะอึกสะอื้นออกมา
นี่คุณชายหลี่…กำลังเป็นห่วงข้าหรือ
ในตอนนั้น เขาก็รู้สึกว่าความพยายามของเขาได้รับการยอมรับแล้ว เฉกเช่นเด็กคนหนึ่งซึ่งทุ่มเทสุดกำลังเพื่อให้ได้รับคำชื่นชมจากพ่อแม่
ในฐานะที่ข้าเป็นตัวหมากของปรมาจารย์ เดิมทีก็ควรบุกน้ำลุยไฟเพื่อเขา ยามนี้ถึงกับทำให้เขาเอ่ยปากแสดงความห่วงใยได้ ฮือๆๆ ซาบซึ้งใจเหลือเกิน นี่เป็นช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์โชติช่วงที่สุดในชีวิตข้าแล้ว!
เขากลั้นน้ำตาไว้ ข่มให้ตนเองแลดูสุขุมเยือกเย็น เอ่ยเสียงแผ่วเบา “ไม่เป็นไร ไม่ลำบากแม้แต่น้อย”
หลี่เนี่ยนฝานอดรนทนไม่ไหว จึงเอ่ยไปว่า “มือขาดมานานเท่าใดแล้ว”
หลินมู่เฟิงตอบว่า “เมื่อคืนวานนี้เอง”
หลี่เนี่ยนฝานเลิกคิ้ว พูดอย่างไม่ลังเลว่า “งั้นก็ยังไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่รู้ว่าข้าจะรักษาได้หรือไม่”
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลี่เนี่ยนฝาน หัวใจของทุกคนก็เต้นระรัวโหมคลั่ง ต่างคนต่างตาลุกวาวด้วยความตกใจ
คำพูดของคุณชายหลี่หมายความว่าอย่างไรกัน
เขา