ยามตะวันชิงพลบ
ป่าเขาในวันนี้เงียบสงัดกว่าที่ผ่านมามาก ราวกับว่าเสียงร้องของเหล่าภูติผีปีศาจได้มลายหายไปโดยมิได้นัดหมาย
หลี่เนี่ยนฝานรู้สึกตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เตรียมตัวเข้านอน
เวลาผ่านไป ฟ้ายามราตรีสีเข้มขึ้นถนัดตา
ต๋าจี่เดินออกจากห้อง คำนับหน้าห้องของหลี่เนี่ยนฝาน ลอบคิดในใจ ‘นายท่าน คืนนี้เป็นเวลาที่ต๋าจี่จะแบ่งเบาเรื่องทุกข์ใจของท่านเอง!’
นางเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์เพ็ญนวลกระจ่าง ก่อนจะย่องออกไปจากเรือนสี่ประสานอย่างเงียบเชียบ
……
ในส่วนลึกของป่า พุ่มไม้หนาทึบ ภูมิประเทศโดยรอบกลับยุบลงไปตรงกลาง ก่อเกิดเป็นแอ่งซึ่งเกิดจากธรรมชาติ
ตำแหน่งใจกลางของแอ่งกลายเป็นแสงรำไรเพียงในรัศมีโดยรอบนับพันลี้ ทั้งยังมีเสียงดังจ้อกแจ้กจอแจ เสียงตะโกนโหวกเหวก และเสียงหัวเราะลั่น
เมื่อเข้าไปมองใกล้ กลับเห็นปีศาจมากมายนับไม่ถ้วนกำลังรวมตัวกัน แม้ว่าพวกมันจะมีร่างเป็นคน แต่กลับมีศีรษะเป็นสัตว์นานาชนิด
มีเพียงส่วนน้อยที่ยังคงร่างเดิมไว้ ไม่ยินดีอยู่ในร่างครึ่งคนครึ่งปีศาจ
ยกตัวอย่างเช่นภูตจิ้งจอกหกหาง
ยามนั้น มันปะปนอยู่ท่ามกลางเหล่าปีศาจ ร่างเล็กโผกระโจนไปตามต้นไม้ ปีนป่ายขึ้นไปบนกิ่งไม้
เมื่อมองจากบนต้นไม้ลง