นและนักพรตเทียนเหยี่ยนลงหมากกันอย่างไม่ลดละ เกิดเป็นเสียงกังวานใสดังชัดไปทั้งเรือน
หลินมู่เฟิงและผู้เฒ่าซุนสังเกตการณ์อยู่ด้านข้างอย่างเงียบเชียบ
พวกเขามองนักพรตเทียนเหยี่ยน ดวงตาเผยความรู้สึกอิจฉาเต็มประดา
ในฐานะผู้ชมข้างสนาม พวกเขาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของไอปราณบนร่างของนักพรตเทียน
เหยี่ยนได้อย่างแจ่มชัด รอบกายมีทำนองมรรคาโคจรไม่หยุดหย่อน ไอปราณยิ่งเบาบางลง นี่หมายความว่าได้รับการชำระล้างจากทำนองมรรคา โอกาสเช่นนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเปรียบ !
แม้แต่คนโง่เขลาก็ยังรู้ว่าปรมาจารย์กำลังชี้แนะนักพรตเทียนเหยี่ยนอยู่!
ความจริงแล้วหลี่เนี่ยนฝานก็กำลังชี้แนะเขาอยู่จริงๆ นั่นละ
ตั้งแต่เริ่มลงหมาก หลี่เนี่ยนฝานก็พบว่าฝีมือการเดินหมากของนักพรตเทียนเหนี่ยนนั้นนับว่าอยู่ในขั้นเริ่มต้น อาจอยู่ในระดับเดียวกับต๋าจี่
ถ้าหากตนไม่ออมมือให้ ป่านนี้คงบุกจนเขาแพ้ราบคาบไปแล้ว แต่ในใจก็ทำไม่ลง
แม้จะบอกว่าฝีมือการเดินหมากของนักพรตเทียนเหยี่ยนเทียบเคียงได้กับต๋าจี่ แต่ต๋าจี่นั้นทำได้เพราะโจทย์ที่ตนให้นางฝึกฝน ระดับความคล่องแคล่วต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แตกต่างจากนักพ พรตเทียนเหยี่ยน เขาวางหมากได้จริง มิหนำ