็วในการหลบหนี
เขาหวาดหวั่นขวัญผวา ไม่กล้าแม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง
เซียนผู้นั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิม คล้ายกับกำลังทอดมองไกลออกไป เสียงถอนหายใจแผ่วเบาดังมาจากความว่างเปล่า
กลับเห็นว่าเขาค่อยๆ ยกฝ่ามือขึ้นมา
นักพรตเทียนหมัวซึ่งหนีหัวซุกหัวซุนก็รู้สึกประหนึ่งเวลาหวนย้อนกลับ ภาพเดิมปรากฏแก่สายตาอีกครา ทั้งยังเหาะ ย้อนกลับไปในทิศทางเดิม
เขาเร่งฝีเท้าแล้วแท้ๆ แต่กลับถูกกฎบางอย่างจำกัดไว้ ทำให้ร่างของเขาทะยานเข้าหาฝ่ามือของเซียนผู้นั้น
“ไม่ โปรดไว้ชีวิต ไว้ชีวิตข้าด้วย” ใบหน้าของนักพรตเทียนหมัวเต็มไปด้วยความกลัวและสิ้นหวัง เอ่ยเว้าวอนต่อความว ว่างเปล่า “ปรมาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว ข้ายินดีจะเป็นวัวเป็นม้าให้ท่าน ไว้ชีวิตข้าเถอะ!”
แต่ทว่าความพยายามทั้งหมดนั้นไร้ผล
เขาลอยไปอยู่เบื้องหน้าเซียนผู้นั้นแล้ว
มือข้างนั้นของเซียนลดลงช้าๆ มาลูบศีรษะของเขา
ไร้ซึ่งความน่าเกรงขามล้นฟ้า ไร้ซึ่งพลังปราณอันแก่กล้า และไร้ซึ่งสุ้มเสียง
นักพรตเทียนหมัวหยุดลงฉับพลัน ทั้งร่างปราศจากการเคลื่อนไหว
สายลมโบกพัด ร่างของเขากลายเป็นผุยผงลอยล่องไป เหลือทิ้งไว้เพียงแก่นหยวนอิงซึ่งหลับตาลงลอยอยู่กลางอากาศ
จักรพรรดิลั่วและคนอื่นๆ จ้องมอง