างลอบทอดถอนใจ ‘รู้สึกว่าสถานที่ที่ข้าอยู่ชักไม่เข้าท่า เพิ่งจะออกไปล่าสัตว์มาหนหนึ่ง ในป่าก็ไม่ค่อยสงบแล้ว น่ากลัวว่าต่อจากนี้คงไปล่าสัตว์ไม่ได้อีกสักพัก’
ทั้งสองกินอาหารเช้าเสร็จแล้วจึงเดินทางออกจากเรือนสี่ประสาน เดินมุ่งหน้าไปยังเมืองลั่วเซียน
ไกลออกไปก็พบว่าหน้าประตูใหญ่ของเมืองลั่วเซียนมีผู้คนมารวมตัวกันอยู่ เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจดังมา
คึกคักจังเลยนะ
หลี่เนี่ยนฝานรีบเร่งฝีเท้าเข้าไป
จึงพบว่าหน้าประตูเมืองลั่วเซียนถึงกับมีโคมไฟสีแดงสดสองดวงแขวนไว้อีกทั้งยังมีริบบิ้นผ้าไหมพันอยู่รอบประตูเมือง
เหล่าพ่อค้าวาณิชขวักไขว่ไปมาและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนสนทนาอย่างออกรสออกชาติ ใบหน้าประดับรอยยิ้ม
หลี่เนี่ยนฝานพลอยอารมณ์ดีตามไปด้วย เดินเข้าเมืองลั่วเซียน แต่ละครอบครัวต่างง่วนอยู่กับงาน โคมแดงแถบผ้าสีแดงประดับประดาไปทุกที่ ทุกหนแห่งล้วนมีแต่ความครื้นเครง
บนถนนเส้นหลัก เด็กน้อยไล่ตามความครึกครื้นอย่างสนุกสนาน ส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไร้เดียงสา
“โคมดวงนี้เอียงไปหน่อย ขยับไปทางขวาอีก”
ป้าจางคอยช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้นอยู่ท่ามกลางฝูงชน ตะโกนเสียงดัง “นั่นละ ไปทางขวาอีกนิด”
นางหันหน้าไปเห็นหลี่เนี่ยนฝานพอดี