น
พวกเขาสัมผัสได้ว่าพลังปราณทั้งร่างเริ่มคุกรุ่นขึ้นมา อีกทั้งสมองก็พลันแจ่มแจ้ง คล้ายกับว่า…ได้ยินเสียงเพรียก
แห่งธรรมชาติ!
ทำนองมรรคา!
ในน้ำแกงมีทำนองมรรคาระคนอยู่หรือ?!
เหลือเชื่อ!
ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ!
หัวใจของพวกเขาเต้นระส่ำ โลหิตทั้งสรรพางค์กายพลันโคจรเร็วขึ้นมา
เพียงแต่ว่า หากตื่นตกใจยามนี้ก็เห็นจะไม่ทันการณ์ พวกเขาหลับตาลง รีบร้อนประมวลทำนองมรรคาและพลังปราณ
ชั่วครู่ต่อมา ผู้อาวุโสใหญ่ได้สติกลับมาเป็นคนแรก เขาปรี่เข้าไปหากล่องอาหารด้วยความเร็วที่สุดในชีวิต ตักน้ำแกงให้ตนเองอีกหนึ่งชามอย่างว่องไว
“ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านใจดำไปแล้ว! คุยกันแล้วไม่ใช่หรือว่าทุกคนจะกินน้ำแกงด้วยกัน”
ผู้อาวุโสรองรีบตามมา แล้วตักน้ำแกงให้ตนอีกชามเช่นเดียวกัน
ผู้อาวุโสสามและผู้เฒ่าซุนได้สติพร้อมกัน ลืมตาขึ้นทันใด
พวกเขากระจ่างในมรรคาได้ช้ากว่าผู้อาวุโสใหญ่ ปริมาณน้ำแกงที่ได้กินจึงตกเป็นรอง
ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในใจเดือดดาล ช่างหัวการกระจ่างในมรรคาปะไร กินน้ำแกงลงท้องไปก่อน กินไม่ลงแล้วค่อยว่ากัน!
“อึกๆๆๆ!”
ทั้งสี่คนก้มหน้าก้มตากินน้ำแกงจนปากมันเลื่อม
“พวกเจ้าช้าหน่อย เหลือไว้ให้ข้าสักคำสิ!”
ผู้เฒ่าซุนดวงตาแดงก่ำ รีบร้อนกล่าวว