กตเห็น
หรือว่าครั้งนี้ประมุขออกเดินทางไปครานี้ เกิดบังเอิญเจอศัตรูคู่อาฆาตโดยบังเอิญ และถูกทำร้ายจนสมองพังไปแล้ว?
“อุก ฮ่าๆๆ”
ตอนนั้นเอง เสียงระเบิดหัวเราะก็พลันดังขึ้นในโถงกลาง “ผู้เฒ่าหลิน เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เจ้านำน้ำแกงนกอินทรี
กล่องหนึ่งกลับมา เพราะคิดว่าเป็นสมบัติล้ำค่า หอเซียนหลิงอวิ๋นคงไม่ได้ยากจนข้นแค้นถึงขั้นนั้นหรอกใช่ไหม ถ้าหากลำบากจริงๆ ไปหยิบหมั่นโถวที่สำนักข้ามาก็ได้ เอาไส้เนื้อนะ!”
หลินมู่เฟิงชะงักงันไป ก่อนจะสังเกตเห็นว่าด้านหลังของผู้อาวุโสทั้งสามยังมีผู้เฒ่าชุดดำคนหนึ่ง ผิวของเขากร้านเกรียม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น มิได้ดูเหมือนผู้บำเพ็ญเซียนทั่วไป หากแต่เหมือนกับชาวไร่ชาวนาแถบชนบทที่กรำงานหนักเสียมากกว่า
“ผู้เฒ่าซุน? เจ้ามาทำอะไรที่นี่” หลินมู่เฟิงตกตะลึง
“ข้าตั้งใจนำโชคมามอบให้เจ้า!” ผู้เฒ่าซุนหัวเราะร่วน เอ่ยอย่างกระหยิ่มใจ “โชคนี้มูลค่าสูงล้ำกว่าน้ำแกงเนื้อ
นกอินทรีของเจ้าเสียอีก ผู้เฒ่าหลินหนอ เจ้าก็อายุอานามเป็นพันปีแล้ว อย่าทำตัวไม่ประสาถึงเพียงนั้นเลย วางน้ำแกงนก
อินทรีในมือลงเถิด”
“เจ้านำโชคมาให้ข้า?” หลินมู่เฟิงยกยิ้มมุมปากอย่างเดียดฉันท์ แค่นยิ้มเย็นเยียบ “ไม่มีโชคอันใด